thansettakij
thansettakij
ล้างบางเหล็กไร้มาตรฐาน กระทรวงอุตฯเปิดแผนตรวจเข้มโรงงานทั่วประเทศ

ล้างบางเหล็กไร้มาตรฐาน กระทรวงอุตฯเปิดแผนตรวจเข้มโรงงานทั่วประเทศ

11 มิ.ย. 69 | 00:19 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 01:31 น.

กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งลุยตรวจโรงเหล็ก 40 แห่งทั่วประเทศ เหล็กไม่ได้มาตรฐานโละทิ้งทั้งล็อต สุ่มตรวจทุก 2 สัปดาห์ สั่งตรวจตั้งแต่เตาหลอมถึงสินค้าปลายทาง

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งตรวจสอบโรงงานเหล็กประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยจะมีการสุ่มตรวจทุก 2 สัปดาห์
  • หากพบเหล็กที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานตามที่ สมอ. กำหนด จะต้องถูกสั่งกำจัดหรือทำลายทิ้งทั้งล็อตทันที
  • สมอ. จะเร่งจัดทำคู่มือแนะนำการใช้เหล็กให้เหมาะสมกับงานก่อสร้างแต่ละประเภท และออกมาตรฐาน มอก. ใหม่ที่จำแนกตามเทคโนโลยีการผลิต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการกำกับดูแลอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ,อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ดำเนินการเข้าตรวจสอบโรงงานเหล็กที่มีอยู่ประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน 

โดยการตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาและขั้นตอนการผลิตทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

ไม่ได้มาตรฐานสั่งโละทิ้งทั้งล็อต 

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นเทคโนโลยีการผลิตแบบใด แต่ประเด็นหลักคือผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตออกมานั้นต้องได้มาตรฐานตามที่ สมอ. กำหนดไว้ หากพบว่าเหล็กในล็อตใดไม่ได้มาตรฐานจะต้องดำเนินการกำจัดหรือโละทิ้งทั้งล็อตทันที 

แต่หากได้มาตรฐานจึงจะอนุญาตให้ส่งถึงมือผู้บริโภคได้ ทั้งนี้จะมีการส่งทีมเข้าสุ่มตรวจทุก ๆ 2 สัปดาห์ โดยโรงงานที่มีข้อร้องเรียนหรือมีปัญหามากจะเพิ่มความถี่ในการเข้าตรวจให้มากขึ้น

ล้างบางเหล็กไร้มาตรฐาน กระทรวงอุตฯเปิดแผนตรวจเข้มโรงงานทั่วประเทศ

สำหรับประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีหนังสือคำสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวของไม่ให้ใช้เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมระบบอินดักชั่น (IF) ในงานก่อสร้างนั้น ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้และมีความถูกต้อง เนื่องจากเหล็กที่ผลิตจากเทคโนโลยีที่ต่างกันจะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน จึงมีความเหมาะสมกับการก่อสร้างในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

ทำคู่มือสร้างความเข้าใจเหล็ก

ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาความสับสน กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้สมอ.เร่งจัดทำ คู่มือสำหรับประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหล็กลักษณะใด หรือที่ผลิตจากเทคโนโลยีแบบใด ควรจะใช้กับการก่อสร้างประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

 

รวมถึงมอบหมายให้ สมอ. เร่งออก มอก. โดยแยกตามประเภทของเทคโนโลยีการผลิตให้ชัดเจน เนื่องจากเทคนิคการผลิตที่ต่างกันย่อมทำให้ได้คุณสมบัติของเหล็กที่ต่างกัน โดยตั้งเป้าให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน 

อย่างไรก็ดี แม้จะมีประเด็นเรื่องประเภทของเตาหลอม แต่ต้องการจะย้ำว่า ปัจจัยสำคัญคือเหล็กที่ผลิตออกมาต้องได้มาตรฐานตามที่ สมอ. กำหนดไว้ หากตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐานจะต้องทำการโละทิ้งทั้งล็อตทันที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

กระทรวงฯจะทำคู่มือออกมาว่าเหล็กลักษณะใดควรใช้กับการก่อสร้างแบบใด ซึ่งกรณีที่หน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่น กระทรวงคมนาคม หรือ กทม. มีการกำหนดสเปกไม่ใช้เหล็กบางประเภทนั้น ถือเป็นสิทธิ์ที่ถูกต้องเพราะเหล็กแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเหมาะกับงานก่อสร้างที่ต่างกัน พร้อมทั้งให้จัดทำคู่มือสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหล็กที่ผลิตจากเทคโนโลยีแต่ละแบบมีความเหมาะสมกับการก่อสร้างในลักษณะใด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีต้องรอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวและขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากการบังคับให้เปลี่ยนเทคโนโลยีต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจน หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เริ่มมีการพูดถึงเทคโนโลยีเหล็กสีเขียว (Green Steel) ซึ่งเป็นแนวโน้มในอนาคต

พร้อมแจงข้อเท็จจริงในสภาฯ

วันที่ 11 มิ.ย. 2569 กระทรวงฯมีความพร้อมในการนำข้อเท็จจริงเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับสภาฯ และมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงขั้นตอนการกำกับดูแลโรงงานเหล็ก 

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะตั้งคณะทำงานตรวจสอบโดยอาจเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากฝ่ายค้านเข้ามาร่วมตรวจสอบในพื้นที่จริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและไม่มีการปกปิดข้อมูลใด ๆ เนื่องจากกระทรวงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันดับแรก