
ดราม่า ‘ซิน เคอ หยวน’ กรอ.แจงหมดเปลือก เหตุใดจึงอนุญาตให้เปิดโรงงาน
เปิดเบื้องหลังคำสั่ง กรอ.ไฟเขียว ‘ซิน เคอ หยวน’ หลังถูกสั่งปิดยาวนาน กรอ.แจงหมดเปลือก เหตุใดจึงอนุญาตให้เปิดโรงงาน ย้ำไม่ผ่านมาตรฐานไม่มีสิทธิเดินเครื่อง
KEY
POINTS
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ชี้แจงว่าการอนุญาตให้โรงงานซิน เคอ หยวน กลับมาเปิดกิจการเป็นไปตามกฎหมาย หลังจากบริษัทได้ยื่นขอเปิดถึง 5 ครั้ง และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานในครั้งที่ 5
- กรอ. ยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. โรงงานฯ และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายงาน EIA ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ซึ่งไม่ได้อยู่ในอำนาจของกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงหน่วยงานเดียว
- กระทรวงอุตสาหกรรมได้ยกระดับการตรวจสอบโรงงานเหล็กทั่วประเทศ โดยจะเข้าตรวจสอบโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เปิดใหม่ทุกสัปดาห์ และมีเป้าหมายผลักดันให้ไทยเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีเตาอาร์คไฟฟ้า (EF) แทนเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ภายใน 3 ปี
นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยถึงกรณีกรอ.มีคำสั่งให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) กลับมาเปิดกิจการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ว่า การดำเนินการของกรอ.เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ เพราะหลังจากกรอ.สั่งให้ซินเคอหยวนหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนธันวาคม 2567
โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ประกอบกับการพิจารณาจากกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ซิน เคอ หยวน สตีล ได้ขออนุญาตทดลองเดินเครื่องจักร และกรอ.ได้เข้าตรวจวัดค่าฝุ่นละอองในปล่องระบายแต่พบว่ายังเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด สั่งแก้ใหม่
ซึ่งตั้งแต่ธันวาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 ซินเคอหยวนแจ้งขอเปิดกิจการถึง 5 ครั้ง แต่ 4 ครั้งไม่ผ่านกฎหมาย กระทั่งผ่านครั้งที่ 5 จึงเป็นที่มาในการเปิดให้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรอ. ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนข้อสังเกตเรื่องมาตรฐานเตาตลอดจนมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) ของซินเคอหยวนนั้น ยืนยันถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน เพราะอีไอเอมีคณะกรรมการผู้ชำนาญการ หรือคชก.กำกับ ภายใต้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่อำนาจกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงกระทรวงเดียว
นางสาวอารยา กล่าวอีกว่า ภายใต้มาตรการกระทรวงอุตสาหกรรม กรอ.ได้ยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานโรงงานเหล็ก ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตเหล็กเส้น 2 ระบบหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) และ เตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF)
โดยร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทั่วประเทศ ตรวจเข้มโรงเหล็ก คุมเข้มมาตรฐาน หากพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสั่งปิดทันที ที่ผ่านมาสั่งหยุดกิจการรวม 4 โรงงานรวมซินเคอหยวน
และคำสั่งให้เปิดประกอบกิจการได้ตามปกติ 2 โรงงาน โดยจะมีมาตรการเฝ้าระวังเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ พร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด หากพบการดำเนินกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยทันทีไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ สมอ. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นและการปรับปรุงมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตให้มีความเข้มงวด และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคการผลิตมากยิ่งขึ้น
นางสาวอารยา กล่าวถึงแนวโน้มการลดลงของเทคโนโลยี IF เพื่อมุ่งสู่เตา EF 100%ของไทยว่า เป็นเป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องการให้รอความชัดเจนจากภาคนโยบายอีกครั้ง แต่คาดว่าประเทศไทยจะมุ่งสู่เตา EF ภายใน 3 ปีข้างหน้า







