
"ซิน เคอ หยวน"โต้ทุกข้อหา ชี้ตึกสตง.ถล่ม บกพร่องออกแบบ-ก่อสร้าง ไม่ใช่เหล็ก
“ซิน เคอ หยวน”ออกแถลงการณ์โต้ทุกข้อครหา ชี้ผลสอบ 4 สถาบันฟันธงตึก สตง.ถล่มจากการออกแบบ-ก่อสร้าง ไม่ใช่เหล็ก แจงปมเตา IF-LF ย้ำผ่านมาตรฐานรัฐทุกขั้นตอน
KEY
POINTS
- บริษัท ซิน เคอ หยวน อ้างผลการศึกษาจาก 4 สถาบันวิศวกรรมศาสตร์ ยืนยันว่า สาเหตุตึก สตง. ถล่มมาจากความบกพร่องในการออกแบบและก่อสร้าง ไม่ใช่คุณภาพของเหล็ก
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ยุติการสืบสวนในคดี "ฝุ่นแดง" แล้ว เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า บริษัทกระทำความผิด
- ชี้แจงประเด็นเทคโนโลยีการผลิตว่า คุณภาพเหล็กต้องวัดจากผลการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไม่ใช่ตัดสินจากประเภทของเตาหลอมที่ใช้
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ชี้แจงต่อสาธารณชนภายหลังได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้กลับมาเปิดดำเนินการผลิตเหล็กได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 หลังหยุดดำเนินกิจการนานกว่า 1 ปี เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรับปรุงมาตรฐานการผลิต การจัดการสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐ
บริษัท ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จนผ่านเกณฑ์การตรวจสอบที่กำหนดและได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง
ยก4สถาบันชี้ตึก สตง.ถล่มเกิดจากการออกแบบ-ก่อสร้าง
ในแถลงการณ์ บริษัทอ้างอิงผลการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์จาก 4 สถาบันการศึกษาหลัก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งศึกษาสาเหตุการถล่มของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ผลการศึกษาระบุว่า สาเหตุสำคัญของความเสียหายเกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องด้านการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณโครงสร้างผนังรับแรงเฉือน (Shear Wall) รอบช่องลิฟต์และบันได ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างอาคาร
บริษัทระบุว่า ผลการศึกษาดังกล่าวไม่ได้ชี้ว่า เหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นสาเหตุของการถล่ม และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทกับเหตุการณ์ดังกล่าว
DSIยุติปม“ฝุ่นแดง”ไม่พบหลักฐานทำผิด
ในส่วนของการตรวจสอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีการครอบครองวัตถุอันตรายหรือ “ฝุ่นแดง” บริษัทเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีคำสั่งยุติการสืบสวนแล้ว เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหา
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เหล็กโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันว่า เหล็กเส้นที่ผลิตจากการทดลองเดินเครื่องของบริษัทผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ปม IF-LF ชี้มาตรฐานเหล็กวัดที่ผลทดสอบไม่ใช่ชนิดเตา
บริษัทยังชี้แจงประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) และ การไม่มีเตาปรุงคุณภาพเหล็ก (Ladle Furnace : LF)
บริษัทระบุว่า การประเมินคุณภาพและมาตรฐานเหล็กตามกฎหมายไทย ต้องพิจารณาจากผลการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไม่ใช่ตัดสินจากประเภทของเตาหลอม หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเพียงอย่างเดียว
โดยการตรวจสอบมาตรฐานเหล็กจะครอบคลุมทั้งองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติทางกล ค่ากำลังรับแรงดึง จุดคราก การยืดตัว และเกณฑ์ทางเทคนิคอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
บริษัทยืนยันด้วยว่า กฎหมายและข้อบังคับที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดให้โรงงานที่ใช้เตา IF ทุกแห่ง ต้องติดตั้งเตา LF เป็นเงื่อนไขในการประกอบกิจการ พร้อมระบุว่า ควรแยกความแตกต่างระหว่างข้อเสนอเชิงนโยบายในอนาคต กับข้อกำหนดทางกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันออกจากกันอย่างชัดเจน
ชู IF เทคโนโลยีสากลใช้ทั่วโลกในอุตสาหกรรมเหล็ก
บริษัทระบุว่า เทคโนโลยีเตา IF เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกมาเป็นเวลานาน ไม่ได้ใช้เฉพาะการผลิตเหล็กก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม เหล็กอัลลอย เหล็กเครื่องมือ เหล็กลูกปืน รวมถึงเหล็กพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ หากมีการควบคุมกระบวนการผลิตและคุณภาพอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบอื่น
นอกจากนี้ จุดเด่นของระบบ IF ยังอยู่ที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นในการผลิต การลงทุนด้านเครื่องจักรที่เหมาะสม และการส่งเสริมการนำเศษเหล็กกลับมาใช้ใหม่ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
เรียกร้องยึดข้อเท็จจริงทางวิชาการ
ในส่วนของเหตุการณ์อาคาร สตง.ถล่ม บริษัทแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม
บริษัทยืนยันว่า ทั้งผลการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ 4 สถาบัน ผลการตรวจสอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ ผลตรวจสอบจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ไม่พบหลักฐานที่ระบุว่า เหล็กของบริษัทเป็นสาเหตุหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถล่มของอาคาร
พร้อมระบุว่า การสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ใด ๆ ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยทุกฝ่ายควรเคารพต่อผลการตรวจสอบที่ได้ดำเนินการแล้วตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
บริษัทยังเรียกร้องให้สังคมเคารพกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ และหากมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหม่ ที่แตกต่างจากผลการตรวจสอบที่ผ่านมา ควรนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และ เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ลุยฟื้นกำลังผลิตเหล็กไทยชูเป้า Net Zero
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทชี้แจงว่า การกลับมาเปิดดำเนินการครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการฟื้นฟูกิจการของบริษัทเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กภายในประเทศ ในช่วงที่ราคาเหล็กมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
บริษัทให้คำมั่นว่า จะผลิตและจำหน่ายเหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. ในราคาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทย สนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคก่อสร้าง และส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในอุตสาหกรรมเหล็ก
พร้อมกันนี้จะเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การจัดการสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว
ท้ายที่สุด บริษัทย้ำว่า แม้การคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การคุ้มครองความเป็นธรรมให้แก่ภาคเอกชนที่ถูกกล่าวหาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยการพิจารณาข้อเท็จจริงควรตั้งอยู่บนหลักกฎหมาย มาตรฐาน และพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ หากไม่มีหลักฐานใหม่ที่แตกต่างจากผลการตรวจสอบที่ผ่านมา ก็ไม่ควรทำให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐแล้วได้รับความเสียหายโดยไม่เป็นธรรม






