
พัสดุพัง-ของหาย "ศุภมาส" ลั่นไม่ปล่อยผ่าน สคบ. พร้อมฟ้องแทนผู้บริโภคทั่วประเทศ
สคบ. เอาจริงปัญหาพัสดุเสียหาย-สูญหาย หลังประชาชนร้องเรียนต่อเนื่องกว่า 424 เรื่องในรอบ 2 ปี ย้ำบริษัทขนส่งไม่สามารถอ้างเพดานชดเชยต่ำกว่าความเสียหายจริงได้ พร้อมเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายฟ้องแทนผู้บริโภค หากพบเอาเปรียบประชาชนผ่านข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
KEY
POINTS
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สั่งการให้ สคบ. เร่งช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาพัสดุชำรุดหรือสูญหาย
- สคบ. พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการฟ้องคดีแทนประชาชนทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้บริษัทขนส่งเอกชนใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมมาปฏิเสธความรับผิดชอบ
- ชี้แจงข้อกฎหมายว่าบริษัทขนส่งไม่สามารถอ้างเพดานการชดเชยค่าเสียหายที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงได้ เว้นแต่ผู้ส่งจะตกลงยินยอมอย่างชัดแจ้ง
วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาจากการใช้บริการบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง
โดย สคบ. ได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมาก ทั้งสินค้าแตกหัก ชำรุด สูญหายระหว่างทาง รวมถึงการถูกปฏิเสธความรับผิดหรือได้รับเงินชดเชยต่ำกว่ามูลค่าจริง ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการคุมครองสิทธิผู้บริโภคในยุคการค้าออนไลน์ ตนจึงสั่งการด่วนให้ สคบ. เร่งตรวจสอบและช่วยเหลือผู้เสียหายเต็มที่
“การซื้อขายออนไลน์ (E-commerce) ที่เติบโตต่อเนื่อง ผลักดันให้ประชาชนใช้บริการขนส่งพัสดุเพิ่มขึ้นมาก เมื่อปริมาณการจัดส่งมหาศาล ข้อพิพาทเรื่องมาตรฐานบริการและการรับประกันสินค้าจึงพุ่งสูงตามไปด้วย”
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการให้ สคบ. เร่งสร้างการรับรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความไม่รู้ โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 บริษัทขนส่งต้องรับผิดเมื่อพัสดุสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบล่าช้า และมาตรา 625 ยังกำหนดให้การตั้งเพดานชดเชยต่ำ เช่น ไม่เกิน 2,000 บาท เป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะตกลงยินยอมอย่างชัดแจ้ง บริษัทจึงนำเพดานนี้มาอ้างจ่ายต่ำกว่าความเสียหายจริงโดยอัตโนมัติไม่ได้
“หากความเสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของพนักงาน แล้วบริษัทยังอ้างเพดานเพื่อปัดความรับผิด อาจเข้าข่ายเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งศาลเป็นผู้วินิจฉัย ส่วน สคบ. มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เข้าดำเนินคดีแทนผู้บริโภค เพื่อไม่ให้บริษัทใหญ่ใช้ข้อได้เปรียบทางสัญญาเอาเปรียบประชาชน”
ทั้งนี้ ในปี 2568 มีเรื่องร้องเรียนบริษัทขนส่งเข้ามาที่ สคบ. จำนวน 258 เรื่อง และปี 2569 จำนวน 166 เรื่อง รวม 2 ปี ทั้งสิ้น 424 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นกรณีสินค้าสูญหายระหว่างการขนส่ง โดย สคบ. จะประสานความร่วมมือกับสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อสะท้อนปัญหาที่ประชาชนเผชิญอย่างรอบด้าน
“ดิฉันยืนยันว่า สคบ. จะไม่ปล่อยให้บริษัทขนส่งใช้ข้อสัญญาจำกัดความรับผิดมาผลักภาระให้ประชาชน และพร้อมใช้อำนาจฟ้องแทนผู้บริโภคทุกราย ดิฉันขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน”
อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำประชาชนให้รักษาสิทธิของตนเอง ด้วยการถ่ายวิดีโอแบบไม่ตัดต่อขณะแพ็กและเปิดกล่องพัสดุทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากพบปัญหาและตกลงกับบริษัทขนส่งไม่ได้ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการต่อไป







