thansettakij
thansettakij
ภาพประกอบข่าว ครม.ออกร่าง กฎหมาย Lemon Law หรือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า

ผ่าร่าง พ.ร.บ. Lemon Law สินค้า 3 กลุ่มพังไม่ตรงปก บังคับเปลี่ยน-ชดเชยฉ่ำ

16 มิ.ย. 69 | 10:51 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 11:32 น.

ผ่าร่าง กฎหมาย Lemon Law หรือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หลังผลักดันนาน 10 ปี ครอบคลุม 3 กลุ่มสินค้า ผู้บริโภคไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากรับภาระพิสูจน์ด้วยตัวเอง บังคับเปลี่ยน เรียกค่าชดเชยได้

KEY

POINTS

  • ผ่าร่าง พ.ร.บ. Lemon Law เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าชำรุดบกพร่อง โดยครอบคลุมสินค้าใหม่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าทั่วไป, รถยนต์และรถจักรยานยนต์, และเครื่องใช้ไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์
  • ครม. เห็นชอบกฎหมายให้อำนาจผู้บริโภคในการเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดชอบ โดยสามารถขอให้ซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้าใหม่ ลดราคา หรือเลิกสัญญาได้ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความรุนแรงของปัญหา
  • มีการกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาความรับผิดชอบที่ชัดเจน เช่น รถยนต์คุ้มครอง 1 ปี หรือ 10,000 กม. และหากเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดร้ายแรงภายใน 14 วัน ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าหรือเลิกสัญญาได้ทันที

นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยกับการออกกฎมายฉบับสำคัญ  นั่นคือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ “กฎหมาย Lemon Law” ภายหลังจากมีความพยายามผลักดันมานานกว่า 10 ปี ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอ 

กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่องของสินค้า สิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย และความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้าไว้เป็นการเฉพาะ โดยที่ผ่านมามีการเปิดรับฟังความคิดเห็นกันหลายต่อหลายครั้ง และมีการปรับแก้รายละเอียดปลีกย่อยภายในข้อกฎหมาย จนในที่สุดก็สะเด็ดน้ำและเสนอเข้ามายังครม. เห็นชอบ ก่อนส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ตามขั้นตอนการออกกฎหมาย
ผลักดันนานกว่า 10 ปี

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ยอมรับว่า กว่า 10 ปีที่ผู้บริโภครอคอยกฎหมายฉบับนี้ นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบคุ้มครองผู้บริโภคไทย จากเดิมที่ประชาชนต้องรับภาระพิสูจน์ความบกพร่องของสินค้าเอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นเมื่อสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะได้รับความเป็นธรรมรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเผชิญกระบวนการทางกฎหมายที่ยุ่งยากเหมือนที่ผ่านมา 

สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาคุณภาพสินค้า และส่งเสริมการแข่งขันด้านคุณภาพและนวัตกรรม ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

 

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

 

ร่างกฎหมายนี้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว

ครอบคลุมการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง รวมทั้งสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีผู้ให้สินเชื่อและสัญญาแลกเปลี่ยน แต่ไม่รวมสินค้าใช้แล้ว สัตว์มีชีวิต และการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง

“ต่อไปนี้หากผู้บริโภคซื้อรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วพบว่าสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากหรือรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะกฎหมายจะกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่ายไว้อย่างชัดเจน นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ” น.ส.ศุภมาส ระบุ

เหตุผลของการออกกฎหมาย Lemon Law

เนื่องจากที่ผ่านมาบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นยังไม่ได้ให้ความคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายอย่างชัดและเพียงพอ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้ซื้อไม่อาจพบเห็นความชำรุดบกพร่องได้ในเวลาซื้อขายหรือส่งมอบ 

สมควรกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่องของสินค้า สิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย และความรับผิดชอบของผู้ขายตามประเภทของสินค้าไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน เป็นการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ภาพประกอบข่าว กฎหมาย Lemon Law หรือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า คุมสินค้าไม่ตรงปก ชำรุดเสียหาย

 

สาระสำคัญกฎหมาย Lemon Law

สาระสำคัญของกฎหมาย Lemon Law ใช้บังคับระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าทั่วไป โดยกำหนดให้ “ผู้ซื้อ” หมายความรวมถึงผู้รับโอนหรือสืบสิทธิในสินค้าจากผู้ซื้อสินค้านั้นด้วย และ “ผู้ขาย” หมายความว่า ผู้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นปกติธุระ ดังนั้น กฎหมายนี้จึงใช้บังคับกับความสัมพันธ์ทั้งแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจ (B2B)

ขณะเดียวกันยังใช้บังคับกับสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาซื้อขายสินค้า โดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้ให้สินเชื่อและชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย โดยมีการส่งมอบการครอบครองให้ผู้รับสินเชื่อได้ใช้ประโยชน์ (การจัดไฟแนนซ์) และสัญญาแลกเปลี่ยน

พร้อมกันนี้ยังใช้บังคับแก่สัญญาที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย แต่ไม่ใช้บังคับแก่ของที่ใช้แล้ว และไม่ใช้บังคับแก่สัตว์มีชีวิต รวมถึงสินค้าอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องภายในกำหนดเวลา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่องในเวลาส่งมอบสินค้า โดยกรณีสินค้าทั่วไปกำหนดไว้ 6 เดือน กรณีรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี และกรณีรถจักรยานยนต์กำหนดไว้ 6 เดือน นับแต่วันส่งมอบ

กำหนดความรับผิดตามประเภทสินค้า

กฎหมาย Lemon Law ยังกำหนดสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้า ดังนี้

1. สินค้าทั่วไป 

กำหนดให้ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิด ดังนี้

(1) ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ โดยต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา

(2) ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้าเป็นลำดับแรก หากการซ่อมแซมสินค้า ทำให้สินค้านั้นเสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือขอลดราคาสินค้า นอกจากนี้ ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้ ถ้าผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมและไม่เปลี่ยนสินค้าให้ ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา

(3) กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าก่อน หากการเปลี่ยนสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย ถ้าผู้ขายปฏิเสธที่จะเปลี่ยนสินค้าและปฏิเสธซ่อมแซมสินค้า หรือเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าแต่ไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้านั้นไว้ซ่อมแซม ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา

(4) กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิขอลดราคาสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้าก่อน หากการลดราคาสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย ถ้าผู้ขายปฏิเสธที่จะลดราคาสินค้า ซ่อมแซมสินค้า หรือเปลี่ยนสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา

 

ภาพประกอบข่าว สคบ. ออกกฎหมาย Lemon Law หรือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า คุมสินค้าไม่ตรงปก ชำรุดเสียหาย

 

2. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ 

กำหนดความรับผิดให้ผู้ขายต้องรับผิดหากความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้นภายในกำหนดระยะเวลาหรือระยะทางแล้วแต่กรณีใดถึงก่อน โดยกรณีรถยนต์ ภายในเวลา 1 ปี หรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 10,000 กิโลเมตรนับแต่วันส่งมอบ และกรณีรถจักรยานยนต์ ภายในเวลา 6 เดือนหรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ โดยผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิด ดังนี้

(1) ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และไม่อาจแก้ไขให้กลับคืนสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ หรือถึงแม้จะแก้ไขแล้วแต่หากนำไปใช้แล้วอาจเกิดอันตรายแก่ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัยของผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้น ให้ผู้ขายเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายไม่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา

(2) ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นลำดับแรก โดยผู้ซื้อไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมนั้น หากการซ่อมแซมนั้นทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายชดใช้ค่าเสียหาย นอกจากนี้ ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้แก่ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้ รวมทั้งให้ผู้ขายชำระค่าใช้จ่ายหรือจัดหาประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อชดเชยในระหว่างซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นด้วย

(3) ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา ในกรณีรถยนต์ซึ่งผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม และในกรณีรถจักรยานยนต์ ซึ่งผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือในกรณีผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ ทั้งนี้ หากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ผู้ซื้อมีสิทธิให้ผู้ขายเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หรือเลิกสัญญา

(4) ผู้ซื้ออาจบอกกล่าวต่อผู้ขายว่าจะให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมแทนผู้ขาย โดยให้ผู้ขายเสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้ ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไป ปฏิเสธที่จะซ่อมแซมและไม่เปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์

ทั้งนี้ กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ตามสมควร (2) ราคารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย และ (3) ค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากความชำรุดบกพร่อง

 

ภาพประกอบข่าว สคบ. ออกกฎหมาย Lemon Law หรือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า คุมสินค้าไม่ตรงปก ชำรุดเสียหาย

 

3. เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์

(ไม่รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ คำว่า “เครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์” ให้หมายความรวมถึงเครื่องยนต์ที่เป็นอะไหล่ด้วย) โดยครอบคลุมดังนี้

(1) ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 14 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ โดยผู้ขายต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ และหากผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้า ให้ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา 

ทั้งนี้ กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ตามสมควร (2) ราคาเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ที่ผู้ซื้อได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย และ (3) ค่าเสียหายอื่นอันจากความชำรุดบกพร่อง

(2) ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าทั่วไป มาใช้บังคับแก่สินค้าประเภทนี้ด้วย 

กำหนดอายุความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบต่อการเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรจากผู้ขาย ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ซื้อในอันที่จะเรียกค่าเสียหายในกรณีเลิกสัญญาตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงกรณีการซ่อมแซมที่ทำให้สินค้านั้นเสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา

ส่วนการเรียกให้ผู้ขายรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้มีกำหนดอายุความนับแต่เวลาที่ผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าดังกล่าว หรือเวลาที่ผู้ขายยอมรับที่จะซ่อมแซม ยอมรับที่จะเปลี่ยน หรือยอมรับที่จะลดราคาให้แก่ผู้ซื้อโดยในกรณีสินค้าทั่วไปให้ขาดอายุความเมื่อพ้น 1 ปี กรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์และกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ ให้ขาดอายุความเมื่อพ้น 2 ปี