thansettakij
thansettakij
ครม.คลอดกฎหมาย Lemon Law ครั้งแรก ซื้อสินค้าพัง-ไม่ตรงปก เรียกเงินคืนได้

ครม.คลอดกฎหมาย Lemon Law ครั้งแรก ซื้อสินค้าพัง-ไม่ตรงปก เรียกเงินคืนได้

16 มิ.ย. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 07:41 น.

มติครม. เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ กฎหมาย Lemon Law เป็นครั้งแรกของประเทศไทย คุมขายสินค้าชำรุด ไม่ตรงปก ผู้บริโภคมีสิทธิเปลี่ยนสินค้า เรียกค่าเสียหายได้

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือกฎหมาย Lemon Law ฉบับแรกของไทย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
  • ให้อำนาจผู้ซื้อสามารถเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดชอบได้หลายรูปแบบ เช่น ขอเปลี่ยนสินค้า ซ่อมแซม ลดราคา หรือเลิกสัญญาเพื่อรับเงินคืน หากสินค้าชำรุดบกพร่อง
  • กำหนด "บทสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง" โดยหากสินค้าเสียหายภายในเวลาที่กำหนด (สินค้าทั่วไป 6 เดือน, รถยนต์ 1 ปี) ให้ถือว่าชำรุดมาตั้งแต่ตอนส่งมอบ
  • กฎหมายครอบคลุมสินค้าทั่วไป รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสัญญาเช่าซื้อ แต่ไม่บังคับใช้กับสินค้ามือสองและสัตว์มีชีวิต

วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือ กฎหมาย Lemon Law ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอ ซึ่งผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) แล้ว 

ทั้งนี้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย ลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินค้า

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบในการประกอบธุรกิจ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นเมื่อซื้อสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว
 

ก่อนหน้านี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... 

สำหรับร่างกฎหมายนี้ยกร่างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 โดยได้มอบหมายให้ สคบ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคประสบในปัจจุบัน ก่อนกฎหมายเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตัวร่างกฎหมายมีเจตนารมณ์กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้ขายและผู้ซื้อให้ชัดเจน ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ปัญหาสินค้าชำรุดอย่างเป็นธรรม และผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า

ความจำเป็นของกฎหมาย Lemon Law

ปัจจุบันบทบัญญัติเรื่องความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังมีรายละเอียดไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีสินค้าที่ไม่สามารถตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ในขณะซื้อขายหรือส่งมอบ 

ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่อง สิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สาระสำคัญของกฎหมาย Lemon Law

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย ได้แก่ การกำหนดให้กฎหมายใช้บังคับกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าทั่วไป ทั้งในรูปแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) รวมถึงสัญญาเช่าซื้อ การจัดไฟแนนซ์ และสัญญาแลกเปลี่ยนสินค้า โดยไม่ใช้บังคับกับสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และสินค้าบางประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด “บทสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง” เพื่อช่วยคุ้มครองผู้ซื้อ โดยหากสินค้าปรากฏความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นมีความชำรุดบกพร่องตั้งแต่เวลาส่งมอบสินค้า ได้แก่ สินค้าทั่วไปภายใน 6 เดือน รถยนต์ภายใน 1 ปี และรถจักรยานยนต์ภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ

เรียกร้องคนขายรับผิด เปลี่ยนสินค้าได้

สำหรับสิทธิของผู้ซื้อ ร่างกฎหมายกำหนดให้สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดได้อย่างชัดเจน เช่น กรณีสินค้าทั่วไปที่มีความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญ ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนสินค้าได้ และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา ส่วนกรณีความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องให้ซ่อมแซม ขอให้ลดราคา หรือเลิกสัญญาได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการคุ้มครองเฉพาะเพิ่มเติม โดยหากพบความชำรุดบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนรถคันใหม่หรือเลิกสัญญาได้ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือจัดหาประโยชน์ทดแทนระหว่างการซ่อมแซมด้วย

ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ หากพบความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญภายใน 14 วันนับแต่วันรับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อสามารถเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้

เรียกค่าเสียหายเท่าที่จำเป็น

ร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรเพิ่มเติมได้ และกำหนดอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง โดยสินค้าทั่วไปมีอายุความ 1 ปี ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ซื้อพบความชำรุดบกพร่องหรือวันที่ผู้ขายยอมรับที่จะดำเนินการแก้ไข