
‘ศุภจี’ ลุ้นดีล 'สหรัฐฯ-อิหร่าน' สงบศึกจริง พร้อมเร่งเครื่องดันส่งออกไทย
'ศุภจี' ชี้ สงครามสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ หนุนขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซคล่องตัว ราคาพลังงานลด ดันกำลังซื้อโลกและการส่งออกไทย
KEY
POINTS
- ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยกระตุ้นการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
- การสงบศึกคาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือคล่องตัวขึ้น
- กระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อ และอาจทำให้มีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ให้ดีขึ้น
ประเมินสถานการณ์สงครามส่งสัญญาณบวก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพ คาดเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจโลก ช่วยลดแรงกดดันต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง พร้อมเพิ่มโอกาสการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
สงครามสงบหนุนส่งออกไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีสัญญาณบวกมากขึ้น ภายหลังสหรัฐฯ และอิหร่าน เตรียมลงนามสัญญาสันติภาพ น่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยในปี 2569 นี้
โดยล่าสุดตัวเลขการส่งออกไตรมาสแรกดีมาก แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต้องเตรียมตัวรองรับให้ดีที่สุด
"ถ้าข้อตกลงยุติลงก็น่าจะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้ง เพราะ GDP น่าจะดีขึ้น โดยการขนส่งน่าจะคล่องตัวมากขึ้น เรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ติดขัด ราคาพลังงานที่เป็นปัจจัยหลักของสินค้าทุกตัวน่าจะผ่อนคลายลง ก็น่าจะช่วยให้มีกำลังซื้อได้ดีขึ้น และส่งผลต่อให้การส่งออกคลี่คลาย" นางศุภจี ระบุ
จับตาราคาสินค้า
อย่างไรก็ดีกระทรวงพาณิชย์ ยังคงติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อทบทวนสินค้าและบริการควบคุม
โดยยืนยันว่า สินค้าอุปโภคและบริโภคยังคงปกติ อีกทั้งยังมีสินค้าทางเลือกในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งช่วยผ่อนคลายความต้องการสินอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น รวมทั้งมีสินค้าเอสเอ็มอีเข้ามาในเครือข่ายด้วย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน





