
สคบ. รับฟังความเห็นปรับปรุงกฎหมายฉลากสินค้า เสริมประสิทธิภาพกำกับธุรกิจยุคดิจิทัล
“รณรงค์” เปิดเวทีรับฟังความเห็น ทบทวนประกาศฉลากสินค้า ปี 2565 ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค อุดช่องโหว่ค้าออนไลน์ เพิ่มความชัดเจนข้อมูลสินค้า สร้างความเป็นธรรมตลาดยุคดิจิทัล
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เป็นประธานเปิดโครงการรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง กำหนดประเภทสินค้าให้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. 2565 และบัญชีแนบท้ายประกาศดังกล่าว โดยมีนายอนุพงษ์ เจริญเวช ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 2 กล่าวรายงาน ณ ห้อง Diamond 1 โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
นายรณรงค์ กล่าวว่า การทบทวนประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายที่อาจไม่ครอบคลุมบริบทการค้ายุคใหม่ โดยเฉพาะการขยายตัวของการค้าออนไลน์ที่มักเกิดปัญหาข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจน การปรับปรุงนี้จะช่วยยกระดับสิทธิผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลบนฉลากที่ครบถ้วน ตรวจสอบได้ และเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่เชื่อถือได้จริง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างรอบด้าน ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง และสามารถติดตามผู้รับผิดชอบได้ทันทีหากเกิดปัญหาในภายหลัง การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบของ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุงประเภทสินค้าควบคุมฉลากให้ทันสมัย พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดที่จำเป็น เช่น ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า สถานที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และคำเตือนที่ชัดเจน อันเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิทธิเบื้องต้นในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง และสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า
นายรณรงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบธุรกิจ และภาคประชาชน ได้ร่วมเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้มาตรการด้านฉลากสินค้าเป็นไปอย่างรอบคอบ เหมาะสม และสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ พร้อมทั้งสร้างความชัดเจนแก่ผู้ประกอบธุรกิจในการปฏิบัติตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืน และลดข้อพิพาทกับผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตบนความถูกต้องและเป็นธรรม
การปรับปรุงประกาศในครั้งนี้ เป็นการยกระดับมาตรฐานเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าในปัจจุบันของผู้บริโภค โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดด้านข้อมูลบนฉลากเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ปลอดภัย และมีคุณภาพ ยังเป็นการส่งเสริมกลไกการค้าที่โปร่งใส เป็นธรรม และยกระดับมาตรฐานตลาดสินค้าของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

