thansettakij
thansettakij
ส.อ.ท. หนุนบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ปักหมุดไทยฮับชิปอาเซียน ดึงลงทุน 2.5 ล้านล.

ส.อ.ท. หนุนบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ปักหมุดไทยฮับชิปอาเซียน ดึงลงทุน 2.5 ล้านล.

15 มิ.ย. 69 | 04:43 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 04:43 น.

ไทยเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมชิป ลดพึ่งพาการนำเข้า เสริมแกร่งห่วงโซ่การผลิต ตั้งเป้า Made in Thailand Chips ภายในปี 2593 ดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ปั้นฐานผลิตระดับโลก

KEY

POINTS

  • ส.อ.ท. สนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์ฯ เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การผลิตชิปและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน
  • ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน เพื่อรักษาฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • มีเป้าหมายสูงสุดในการผลิตชิป "เมดอินไทยแลนด์" (Made-in-Thailand Chips) ให้เกิดขึ้นจริงภายในปี พ.ศ. 2593 โดยจะส่งเสริมอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น การออกแบบวงจร (IC Design)

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงประเด็นที่รัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยระบุว่า ถือเป็นการต่อยอดในเชิงนโยบายที่สำคัญให้มีความต่อเนื่อง และจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศให้พร้อมแข่งขันในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชิปไม่ได้อยู่แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ 

โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรม Automation and Robotics เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบ AI และ Data Centerและประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักเหล่านี้

ส.อ.ท. หนุนบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ปักหมุดไทยฮับชิปอาเซียน ดึงลงทุน 2.5 ล้านล.

 

ช่วยรักษาเม็ดเงินลงทุน-ฐานผลิต

อย่างไรก็ดี การที่ไทยมีฐานการผลิตสินค้า High Technology จำนวนมาก แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่การผลิต ดังนั้น การส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรมและแข่งขันได้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาเม็ดเงินลงทุนและฐานการผลิตเดิมให้อยู่กับประเทศไทยต่อไป

ดันชิปเมดอินไทยแลนด์ปี 2593

นางพิมพ์ใจ กล่าวต่อไปอีกว่า ก่อนหน้านี้ไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การผลักดันผลิตภัณฑ์ชิปเมดอินไทยแลนด์ (Made-in-Thailand Chips) ให้เกิดขึ้นจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีการตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท และต้องการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน 

เพื่อให้ไทยไปถึงจุดนั้น ส.อ.ท. จะร่วมมือกับคณะกรรมการชุดนี้ ขับเคลื่อนแผนงานสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ยกระดับจากผู้รับจ้างประกอบไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง และเร่งดึงดูดให้เกิดอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างการออกแบบวงจร (IC Design) ให้มาตั้งฐานในไทย เพื่อให้เกิดชิปเมดอินไทยแลนด์ และสนับสนุนเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง ควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มั่นคงของอาเซียนต่อไป