thansettakij
thansettakij
รู้จัก CBAM เมื่อ EU บังคับใช้มาตรการโอกาสหรือวิกฤตของส่งออกไทย

รู้จัก CBAM เมื่อ EU บังคับใช้มาตรการโอกาสหรือวิกฤตของส่งออกไทย

14 มิ.ย. 69 | 10:30 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มิ.ย. 69 | 10:38 น.

ทำความรู้จัก CBAM คืออะไร เมื่อ EU เดินหน้าเก็บภาษีคาร์บอน CBAM เต็มรูปแบบ กระทบสินค้าปล่อยก๊าซสูงทั่วโลก แต่ไทยมีโอกาสแย่งตลาด ดึง FDI และยกระดับอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจสีเขียว

KEY

POINTS

  • CBAM คือมาตรการกำแพงภาษีสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) ที่เก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากสินค้านำเข้าซึ่งมีกระบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และปุ๋ย
  • ไทยสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ หากปรับเปลี่ยนสู่การผลิตด้วยพลังงานสะอาดได้เร็วกว่าคู่แข่ง จะทำให้สินค้าไทยเสียภาษี CBAM ต่ำกว่าและได้เปรียบด้านราคาในตลาดยุโรป
  • มาตรการนี้เป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู่มาตรฐานสีเขียว ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) และกระตุ้นให้ตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศเติบโต

กลายเป็นมาตรการที่ทั่วโลกและผู้ประกอบการไทยต้องจับตา สำหรับ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU) ที่ตอนนี้เดินทางเข้าสู่เฟสการบังคับใช้และเก็บค่าธรรมเนียมอย่างจริงจังแล้ว

“ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปเจาะลึกแบบเข้าใจง่ายๆ ว่ากำแพงภาษีเขียวนี้คืออะไร และทำไมไทยถึงอาจพลิกวิกฤตนี้ให้เป็น "โอกาสทอง" ได้

 CBAM คือ

CBAM คือ "กำแพงภาษีสิ่งแวดล้อม" ของ EU โดยสินค้าที่จะส่งเข้าไปขายในยุโรป หากเป็นสินค้าในกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงในกระบวนการผลิต จะต้องถูกเรียกเก็บ "ค่าใบรับรอง CBAM หรือ ภาษีคาร์บอน เพื่อให้ราคาเท่าเทียมกับสินค้าที่ผลิตใน EU ซึ่งมีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูง 

กลุ่มสินค้าเป้าหมายแรก

  • เหล็กและเหล็กกล้า
  • ซีเมนต์
  • ปุ๋ย
  • อลูมิเนียม
  • ไฟฟ้า
  • ไฮโดรเจน

 ไทยได้ประโยชน์อย่างไร

ถึงแม้จะมีอุปสรรคทางการค้าบ้าง แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์และกระทรวงพาณิชย์ มาตรการนี้กลับให้ประโยชน์กับประเทศไทยในหลายมิติ หากเราปรับตัวได้ไว

1. แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง เช่น จีน อินเดีย หรือเวียดนาม มักอิงการใช้พลังงานถ่านหินสูงในภาคอุตสาหกรรม ทำให้สินค้ามีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูง หากไทยเราปรับกระบวนการผลิตเป็นพลังงานสะอาดได้เร็วกว่า สินค้าไทยจะเสียภาษี CBAM ถูกกว่า ทำให้ได้เปรียบด้านราคาทันที

2. ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่ต้องการฐานการผลิต "สีเขียว" เพื่อส่งออกไป EU จะมองหาประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมด้าน RE (Renewable Energy) และระบบลดก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าในอาเซียน

3. ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย CBAM เป็นภาคบังคับที่บีบให้ผู้ผลิตไทยต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่ "Low Carbon" ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกอื่นๆ ที่กำลังจะคลอดมาตรการคล้ายกัน เช่น สหรัฐฯ (CCA) หรือสหราชอาณาจักร

4. ตลาด "คาร์บอนเครดิต" ในไทยเติบโต บริษัทที่ลดคาร์บอนได้ดีสามารถนำโควตาหรือคาร์บอนเครดิตไปซื้อขาย สร้างรายได้เสริมอีกต่อหนึ่ง ผ่านกลไกที่รองรับโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)

อย่างไรก็ตาม CBAM ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่คือสงครามการค้ารูปแบบใหม่ใครปรับตัวช้าคือสูญพันธุ์ หากเอสเอ็มอีและกลุ่มทุนไทยปรับตัวสู่กรีนได้เร็วนี่คือสปริงบอร์ดที่จะทำให้สินค้าไทยยืนหนึ่งในตลาดยุโรป