thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ดันร่างพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ผ่านสภาฉลุยวาระแรก

“สรรเพชญ”ดันร่างพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ผ่านสภาฉลุยวาระแรก

11 มิ.ย. 69 | 04:24 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 04:48 น.

“สรรเพชญ บุญญามณี”ดันร่างแก้กฎหมายเดินเรือผ่านวาระแรกฉลุย 446 เสียง ยกระดับภารกิจค้นหา-ช่วยชีวิตทางน้ำ สู่มาตรฐานสากล

KEY

POINTS

  • สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ในวาระแรกด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น
  • สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การปรับปรุงภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น
  • มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทย ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารับหลักการในวาระแรก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น จากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมจำนวน 450 คน เห็นชอบ 446 คน ไม่เห็นด้วย 0 คน งดออกเสียง 2 คน และไม่ลงคะแนน 2 คน ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาในวาระแรกเป็นที่เรียบร้อย 

 

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักด้านการเดินเรือของประเทศ เพื่อเพิ่มบทบัญญัติรองรับภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางทะเลของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ. 1974 (SOLAS) ซึ่งถือเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางทะเลของนานาประเทศ

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย การกำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการกำหนดนโยบาย แผนงาน มาตรการ งบประมาณ การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการค้นหา และช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ จะส่งผลดีโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการในภาคการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือท่องเที่ยว เรือประมง หรือเรือขนส่งสินค้า เนื่องจากจะช่วยให้กระบวนการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบความปลอดภัยทางทะเลของประเทศไทยในสายตานานาชาติ ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางทะเลของภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวทางทะเลและภาคโลจิสติกส์ทางน้ำ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว