
เปิดพิกัด 30 จุดจอดแล้วจรตามแนวรถไฟฟ้า ลดรถติด-ประหยัดพลังงาน
เช็กพิกัด 30 จุดจอดแล้วจร (Park & Ride) ตามแนวรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทางเลือกคนเมืองลดรถติด ประหยัดพลังงาน ลดค่าเดินทาง และลดมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเปิดจุดจอดแล้วจร (Park & Ride) 30 แห่งตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน
- จุดบริการครอบคลุมรถไฟฟ้าสายหลัก ได้แก่ สายสีน้ำเงิน (11 แห่ง), สีม่วง (4 แห่ง), สีแดง (4 แห่ง), สีเขียว (4 แห่ง), สีเหลือง (2 แห่ง), สีชมพู (1 แห่ง) และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (6 แห่ง)
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ที่เดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้สามารถลดปัญหารถติด ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าจอดรถ
การขับรถเข้าเมืองในแต่ละวันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าอีกต่อไป เมื่อผู้ใช้รถต้องเผชิญทั้งปัญหาการจราจรติดขัด ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และค่าจอดรถในย่านธุรกิจที่มีราคาสูง ทำให้ "จุดจอดแล้วจร" หรือ Park & Ride กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น
กระทรวงคมนาคมได้จัดให้มีจุดจอดแล้วจรตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 30 แห่ง เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนตัวที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากถนนสู่ระบบราง ลดจำนวนรถยนต์ที่เข้าสู่ใจกลางเมือง และช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวม
Park & Ride คืออะไร และเหมาะกับใคร
Park & Ride คือพื้นที่จอดรถที่จัดไว้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหรือจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ผู้เดินทางสามารถขับรถจากบ้านมาจอดไว้ในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าเดินทางต่อเข้าสู่จุดหมายปลายทาง
รูปแบบนี้เหมาะกับคนที่อาศัยอยู่ในชานเมืองหรือจังหวัดปริมณฑล ซึ่งต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหารถติดในช่วงเช้าและเย็น
เปิดพิกัด 30 จุดจอดแล้วจรตามแนวรถไฟฟ้า
สายสีน้ำเงิน 11 แห่ง
เป็นเส้นทางที่มีจุดจอดแล้วจรมากที่สุด ได้แก่
- หลักสอง
- สนามไชย
- ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- สุขุมวิท
- เพชรบุรี
- พระราม 9
- ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- ห้วยขวาง
- รัชดาภิเษก
- ลาดพร้าว
- กำแพงเพชร
จุดเด่นของสายสีน้ำเงินคือสามารถเชื่อมต่อย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ได้หลายพื้นที่ ทั้งอโศก พระราม 9 รัชดาภิเษก และสีลม
สายสีม่วง ทางเลือกของชาวนนทบุรี
จุดจอดแล้วจร 4 แห่ง ประกอบด้วย
- คลองบางไผ่
- บางรักน้อยท่าอิฐ
- สามแยกบางใหญ่
- แยกนนทบุรี 1
ผู้ที่เดินทางจากนนทบุรีสามารถนำรถมาจอดแล้วต่อรถไฟฟ้าเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาการจราจรบนถนนรัตนาธิเบศร์ตลอดเส้นทาง
สายสีแดง เชื่อมเหนือกรุงเทพฯ สู่ใจกลางเมือง
จุดจอดแล้วจร 4 แห่ง ได้แก่
- รังสิต
- หลักหก
- ดอนเมือง
- บางซ่อน
เหมาะสำหรับผู้เดินทางจากปทุมธานีและพื้นที่โซนเหนือของกรุงเทพฯ ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ย่านบางซื่อหรือศูนย์กลางธุรกิจอย่างรวดเร็ว
BTS สายสีเขียว รองรับผู้เดินทางจากสมุทรปราการและลำลูกกา
จุดจอดแล้วจร 4 แห่ง ได้แก่
- คูคต
- แยก คปอ.
- เคหะฯ
- แพรกษา
ช่วยลดปริมาณรถยนต์ที่เข้าสู่ถนนพหลโยธินและถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดของประเทศ
สายสีเหลือง-สีชมพู ทางเลือกใหม่ฝั่งตะวันออก
รถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีจุดจอดแล้วจร 2 แห่ง ได้แก่
- ศรีเอี่ยม
- สำโรง
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพูมี 1 แห่ง คือ
- มีนบุรี 1
รองรับผู้เดินทางจากโซนมีนบุรี รามอินทรา ศรีนครินทร์ และบางนา ให้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนได้สะดวกยิ่งขึ้น
แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ตอบโจทย์คนเดินทางสนามบิน
จุดจอดแล้วจร 6 แห่ง ได้แก่
- มักกะสัน
- ราชปรารภ
- รามคำแหง
- บ้านทับช้าง
- ลาดกระบัง
- สุวรรณภูมิ
นอกจากรองรับผู้โดยสารสนามบินแล้ว ยังเป็นทางเลือกสำหรับคนทำงานที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเข้าสู่ตัวเมือง
ใช้ Park & Ride อย่างไรให้คุ้มที่สุด
ผู้เดินทางควรเลือกจุดจอดแล้วจรที่อยู่ใกล้บ้านหรืออยู่บนเส้นทางประจำ จากนั้นใช้รถไฟฟ้าเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง วิธีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ลดเวลาที่สูญเสียไปกับการจราจร และช่วยให้สามารถวางแผนเวลาเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น
สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าเมืองทุกวัน การจอดรถไว้ที่สถานีปลายทางหรือสถานีรอบนอก แล้วใช้รถไฟฟ้าเข้าสู่ย่านธุรกิจ เช่น สีลม สาทร อโศก หรือพระราม 9 มักช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการขับรถเข้าเมืองตลอดเส้นทาง
มากกว่าความสะดวก คือการช่วยลดมลพิษ
นอกจากช่วยลดปัญหารถติดแล้ว การใช้ Park & Ride ยังช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ภาครัฐผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น
ดังนั้น หากคุณยังขับรถเข้าเมืองทุกวัน การเปลี่ยนมาลองใช้ Park & Ride อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น ประหยัดมากขึ้น และมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่น่าอยู่มากขึ้นในระยะยาว







