
ธปท. ห่วงเกณฑ์หนี้ 1 แสนบาท ทำกลุ่มเปราะบางหมดสิทธิ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ ปี 69
เปิดหนังสือ ธปท.ส่งความเห็นถึง ครม. ไม่ขัดข้องโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ในภาพรวม แต่ตั้งข้อสังเกตเกณฑ์วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1 แสนบาท อาจทำให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยกลุ่มเปราะบางบางส่วนหลุดจากสิทธิ พร้อมแนะทบทวนคุณสมบัติเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
KEY
POINTS
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความกังวลต่อเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิต้องมีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท
- เกณฑ์หนี้สินดังกล่าวอาจทำให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเกษตรกรและลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับสินเชื่อจากนโยบายรัฐ ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้
- ธปท. ชี้ว่าการใช้ข้อมูลจากเครดิตบูโร (NCB) ในการคัดกรองอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจากฐานข้อมูลไม่ครอบคลุมผู้ให้บริการสินเชื่อทุกราย
กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม หลังกระทรวงการคลังกำหนดเกณฑ์ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยหนึ่งในเงื่อนไขที่สร้างแรงกระเพื่อมมากที่สุด คือการตัดสิทธิผู้สูงอายุที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษีอุปการะเลี้ยงดูบุพการี แม้ผู้สูงอายุเหล่านั้นอาจยังคงอยู่ในสภาวะยากลำบากและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่ก็ตาม
ล่าสุดจากการตรวจสอบของฐานเศรษฐกิจพบว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือความเห็นอย่างเป็นทางการถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณาโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผที่ผ่านมา โดยแม้ธปท. จะไม่ขัดข้องในภาพรวม แต่ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญต่อเกณฑ์คุณสมบัติบางประการที่อาจทำให้กลุ่มเปราะบางหลุดพ้นจากการรับสวัสดิการโดยไม่สมควร
ธปท. หนุนหลักการ แต่ห่วงผลข้างเคียง
นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. ระบุในหนังสือว่าไม่ขัดข้องในภาพรวม เนื่องจากโครงการฯ เป็นการปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย (Targeted) มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐ และทำให้การจัดสรรสวัสดิการสังคมครอบคลุมประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ห่วงเกณฑ์หนี้ 1 แสนบาท ตัดสิทธิกลุ่มเปราะบาง
อย่างไรก็ตาม ธปท. มีข้อสังเกตสำคัญต่อการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติด้านหนี้สิน ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทและทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)
ธปท. ชี้ว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจทำให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางบางส่วนที่มีวงเงินสินเชื่อเกินกว่าที่กำหนดไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้เกษตรกรหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐต่างๆ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติหรือวิกฤตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อร้องเรียนต่อเงื่อนไขโครงการได้
ยิ่งไปกว่านั้น ธปท. ยังตั้งข้อสังเกตว่าฐานข้อมูลเครดิตของ NCB ไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการสินเชื่อทุกราย จึงอาจเกิดความไม่เป็นธรรม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่มีวงเงินสินเชื่อปรากฏในระบบกับผู้ที่มีวงเงินสินเชื่อในระดับใกล้เคียงกันแต่ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูล
แนะเสริมศักยภาพรายได้ระยะยาว ลดพึ่งพางบประมาณรัฐ
ธปท. แนะนำด้วยว่า หากมีการดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ควรพิจารณาทบทวนวงเงินและข้อมูลผู้ได้รับสิทธิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงควรออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมศักยภาพการสร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดภาระการคลังและสนับสนุนให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ไม่ต้องพึ่งพาสวัสดิการภาครัฐในระยะยาว.







