thansettakij
thansettakij
ไทยเดินหน้า "คุณภาพแทนปริมาณ" ยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล

ไทยเดินหน้า "คุณภาพแทนปริมาณ" ยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล

05 มิ.ย. 69 | 03:16 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มิ.ย. 69 | 03:22 น.

กรมการท่องเที่ยวมอบตราสัญลักษณ์ "ช้างชูงวงเริงร่า" แก่ 694 ราย ผู้ผ่านมาตรฐาน 56 ประเภท ดันไทยติดโผจุดหมายปลายทางระดับโลก ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

KEY

POINTS

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยแก่ผู้ประกอบการ 694 ราย เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการสู่ระดับสากล
  • นโยบายนี้มุ่งเน้นการพัฒนา "คุณภาพแทนปริมาณ" โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก
  • มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย "ช้างชูงวงเริงร่า" เป็นเครื่องมือในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว ครอบคลุมทั้งที่พัก บริการ และแหล่งท่องเที่ยว
  • เป้าหมายคือการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว จัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ  หนึ่งในโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว ประเภทโรงแรม

ไทยเดินหน้า "คุณภาพแทนปริมาณ" ยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล

โดยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย แก่ ผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ทั้งประเภทที่พักเพื่อการท่องเที่ยว บริการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ แหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานการท่องเที่ยวอาเซียน มาตรฐานระหว่างประเทศ และ มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 694 ราย

​กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการจัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่องผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ ผู้ซึ่งผ่านกระบวนการ

ไทยเดินหน้า "คุณภาพแทนปริมาณ" ยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล

ตรวจประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการพัฒนาคุณภาพบริการ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยใช้ Soft Power และการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน เป็นเลิศทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล

พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ คุณค่า และมูลค่า ให้เครื่องหมายมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า” เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม

ในหมู่นักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไป ตลอดจนกระตุ้นและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น

ไทยเดินหน้า "คุณภาพแทนปริมาณ" ยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล

 ทั้งนี้ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการให้บริการที่ดีมีคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและสร้างความยั่งยืนสู่ผู้ประกอบการ มีทั้งสิ้น  56 มาตรฐาน อายุการรับรองมาตรฐาน 3 ปี ครอบคลุมการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ทั้งที่พัก สินค้าและบริการท่องเที่ยว

ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว ด้านแหล่งท่องเที่ยว และด้านธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานได้รับประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการและการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ สร้างรายได้และเกิดความยั่งยืนในการประกอบ

ธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการสถานประกอบการท่องเที่ยว ชุมชน โฮมสเตย์ และมัคคุเทศก์ที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้วยความมั่นใจ คุ้มค่า โดยสามารถค้นหาสถานที่และสถานประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ผ่านทางเว็ปไซต์ tts.dot.go.th และเฟซบุ๊ก Thailand Tourism Standard สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3232