thansettakij
thansettakij
เจาะปมโกงเงิน '50 กองทุนฌาปนกิจ' ภาคอีสาน เสียหายพันล้าน

เจาะปมโกงเงิน '50 กองทุนฌาปนกิจ' ภาคอีสาน เสียหายพันล้าน

04 มิ.ย. 69 | 22:32 น.

เปิดข้อมูล "ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์" ถึงนายกรัฐมนตรี พบชาวบ้านร้องเรียนถูกโกงเงินกองทุนฌาปนกิจกว่า 50 กองทุน ในพื้นที่อีสาน เสียหายนับพันล้าน พบผู้นำท้องถิ่นไม่รู้อำนาจตัวเอง หวังมหาดไทยแอคชั่นสั่งนายกท้องถิ่นขยับช่วยชาวบ้าน

KEY

POINTS

  • พบการทุจริตในกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 50 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน คาดว่ามูลค่าความเสียหายสูงถึงพันล้านบาท
  • ปัญหาถูกเปิดโปงจากกรณีที่ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ซึ่งกรรมการกองทุนยักยอกเงินจนสมาชิกไม่สามารถเบิกค่าทำศพได้
  • สาเหตุสำคัญเกิดจากช่องว่างในการกำกับดูแล ที่นายทะเบียนท้องถิ่น (นายก อบต./เทศมนตรี) ละเลยหน้าที่ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย

ฐานเศรษฐกิจ พบการร้องเรียนของประชาชนที่เป็นการฉ้อโกงเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ในลักษณะเดียวกันผ่าน "ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)" ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้างมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท

โดยมีจุดเริ่มต้นจากการร้องเรียนในพื้นที่อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ฐานเศรษฐกิจนำเสนอข่าวไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2569 ที่ถูกกรรมการชุดที่ 51 ยักยอกเงินจนไม่มีจ่ายค่าปลงศพ (อ่านรายละเอียด)

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าปัญหานี้เป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เพราะยังมีกองทุนฌาปนกิจในลักษณะเดียวกันในภาคอีสานอีกกว่า 50 แห่งที่ส่อแววทุจริต มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท 

ชนวนเหตุ "โกรกพระ" : เงินออมวาระสุดท้ายที่ถูกขโมย

วิกฤตครั้งนี้ถูกจุดพลุขึ้นเมื่อกลุ่มผู้เสียหายจากอำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนหนึ่ง นำโดยนางสาวจิรฐิตา สิงห์อยู่วงษ์ และคณะ เดินทางมาปักหลักร้องเรียน ณ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก กทม. เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีถูกฉ้อโกงเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 

ข้อมูลจากศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ระบุถึงเบื้องหลังความเจ็บปวดของชาวบ้านว่า ชาวบ้านโกรกพระสมัครเป็นสมาชิกไว้ตั้งแต่ปี 2564 ส่งเงินเข้ากองทุนมาตลอดหวังเป็นค่าทำศพในบั้นปลาย แต่เมื่อพ่อแม่ตายกลับไม่ได้เงินจากกองทุน

เจาะปมโกงเงิน '50 กองทุนฌาปนกิจ' ภาคอีสาน เสียหายพันล้าน

จากการตรวจสอบพบว่า กองทุนดังกล่าวบริหารงานโดย "กรรมการสหกรณ์การเกษตรโกรกพระชุดที่ 51" ซึ่งได้เปิดรับสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

กรรมการชุดนี้ได้ยักยอกเงินทั้งในส่วนของสหกรณ์และเงินฌาปนกิจไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายเฉพาะกลุ่มนี้กว่า 53 ราย และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจแจ้งว่ายังมีผู้เสียหายรวมถึง 1,000 กว่ารายที่รอความหวัง โดยมีข้อเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรายละ 130,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 6.24 ล้านบาท

จากนครสวรรค์ลามทุ่ง 50 กองทุนอีสาน มูลค่าพันล้าน

นายสมพาศ นิลพันธุ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รับผิดชอบศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า กรณีโกรกพระเป็นเพียงหนึ่งในเคสที่เข้าสู่กระบวนการแก้ไขตามกระบวนการยุติธรรม แต่ยังมีเรื่องร้องเรียนของประชาชนมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ ในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 50 กองทุน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานเกือบทุกจังหวัด

นายสมพาศ นิลพันธุ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รับผิดชอบศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

"นี่ยังไม่รู้จำนวนสมาชิกที่แน่นอนใน 50 กองทุนนั้น แต่เท่าที่ประเมินวงเงินความเสียหายน่าจะเป็นพันล้านบาท เพราะเป็นการเอาเงินที่ชาวบ้านลงขันกันไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีระบบตรวจสอบ" นายสมพาศ กล่าว

ช่องโหว่กฎหมาย: นายทะเบียนท้องถิ่น "เกียร์ว่าง"

ที่ปรึกษา สปน. ระบุว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นหรือกรรมการกองทุนกล้าทุจริตคือ "ช่องว่างในการกำกับดูแล" ซึ่งตาม พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม(ซึ่งปัจจุบันคือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ 

ที่กำหนดให้ นายก อบต. และนายกเทศมนตรี ต้องทำหน้าที่เป็น "นายทะเบียน" ประจำท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมาพบว่าผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีหน้าที่นี้ด้วย

"ปัญหาอยู่ที่นายทะเบียนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจบทบาทตัวเอง บางที่ยังถามเลยว่าผมเป็นนายทะเบียนด้วยหรือ? เมื่อนายทะเบียนไม่แอคชั่น ไม่เข้าไปตรวจสอบบัญชีหรือความถูกต้องของการจดทะเบียน คนโกงก็ทำงานง่าย"

มาตรการล้างบาง: ใช้กระบวนการยุติธรรมบี้คนโกง

ในการแก้ปัญหาระยะสั้น นายสมพาศได้ประสาน ให้ยุติธรรมจังหวัดนครสวรรค์จัดหาทนายอาสาและใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านโกรกพระในการฟ้องแพ่งและอาญาต่อกรรมการชุดที่ 51

ส่วนในระยะยาวศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ จะมีการประชุมครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหา และได้นำเรื่องกราบเรียนนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนแล้ว เพื่อให้มีการสั่งการเชิงนโยบายไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศกำชับนายทะเบียนท้องถิ่นที่เป็นนายกฯ อบต. นายกฯเทศมนตรี ให้ตรวจบัญชีกองทุนในพื้นที่ตัวเองอย่างเข้มงวด 

"ตามหลักแล้วถ้าพบการทุจริต นายทะเบียนต้องเป็นคนจูงมือชาวบ้านไปแจ้งความดำเนินคดี ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้านเดินมาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลเพียงลำพัง เพราะเงินฌาปนกิจคือเงินหยาดเหงื่อก้อนสุดท้ายของคนจนที่เขาหวังใช้ในวาระสุดท้ายของชีวิต" นายสมพาศ กล่าว