thansettakij
thansettakij
ดีป้าปั้น ‘ทุเรียนดิจิทัล’ สู่ Modern Farm ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 300 ล้าน

ดีป้าปั้น ‘ทุเรียนดิจิทัล’ สู่ Modern Farm ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 300 ล้าน

10 ส.ค. 69 | 11:36 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 11:36 น.

‘ดีอี’ เร่งปั้น Modern Farm ทุเรียนไทย เชื่อมสวนถึงชั้นวาง ดันมูลค่า 300 ล้านบาทใช้ IoT ยกระดับสวนไทย ยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน GAP สู้ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • ดีป้าดำเนินโครงการ "ทุเรียนดิจิทัล" เพื่อยกระดับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนสู่การเป็น Modern Farm โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับการเพาะปลูก รองรับมาตรฐาน GAP และใช้เทคโนโลยี IoT สำหรับระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ
  • โครงการคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท โดยได้ส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไปแล้วกว่า 10,000 ราย

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เปิดเผยผ่านการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ว่า การส่งเสริมเกษตกรชาวสวนทุเรียนจะไม่มุ่งเน้นไปที่การจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มดำเนินการส่งเสริมตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งรัฐบาลและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm ได้ 

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเห็นว่า ผลผลิตทุเรียนแต่ละปีมีปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย โดยเกษตรกร ในฐานะผู้ปลูกอาจประสบปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ผู้รับซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศก็อาจมีความต้องการที่แตกต่างไป ดังนั้นประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีระบบติดตามและตรวจสอบข้อมูลสินค้าเกษตรตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

ตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การขนส่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ อีกทั้งเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้รับซื้อ หรือผู้บริโภคมั่นใจว่าคือคุณภาพจากเกษตรกร

ยกระดับคุณภาพผลผลิต

ที่ผ่านมาดีป้ามุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยทุกมิติ ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่เกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเพาะปลูก รวมถึงการยกระดับคุณภาพให้กับผลผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการทุเรียนดิจิทัลที่ส่งเสริมให้ชาวสวนทุเรียนไทยสามารถประยุกต์ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูก รองรับการขอมาตรฐาน GAP และระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีIoT ทั้งหมดเพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุเรียนไทยสามารถรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ และครองแชมป์ในตลาดต่อไป

ดีป้าปั้น ‘ทุเรียนดิจิทัล’ สู่ Modern Farm ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 300 ล้าน

 

”ล่าสุดได้ดำเนินการจัด Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง โดยมุ่งให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm รวมถึงให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพผลผลิต ชี้แนวทางการทำงานของกระทรวงเปรียบเสมือนระบบหลังบ้าน โดยบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด“

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ดีป้า กล่าวว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้วยเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล 

ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ซึ่งการดำเนินโครงการในระยะเริ่มต้นมุ่งส่งเสริมให้เกิดการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูกที่วางแผนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการขนส่งรองรับการขอมาตรฐาน GAP ต่อมาได้ขยายผลโครงการเพิ่มเติม โดยส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT ที่สามารถสั่งเปิด-ปิดระบบให้น้ำผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และบันทึกปริมาณน้ำที่ให้

 “โครงการดังกล่าวจะสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการผลิต การดูแลรักษาผลผลิตโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูล ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดผ่านการบูรณาการการทำงานกับซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง รองรับผลผลิตคุณภาพจากสวนของเกษตรกร พร้อมสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของทุเรียนไทยที่ผลิตด้วยกระบวนการเกษตรดิจิทัล“ 

โดยโครงการทุเรียนดิจิทัลสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรไปแล้วกว่า 10,000 ราย ยกระดับทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรอีกกว่า 19,000 ราย ซึ่งคาดว่าโครงการทุเรียนดิจิทัลจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวให้กับเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถต่อยอดและแข่งขันได้ในตลาดสากล