
นายกฯ กดปุ่ม คิกออฟ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 4.4 พันล้าน
นายกฯอนุทิน คิกออฟ กองทุนหมุ่บ้าน โครงการ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้านบรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
KEY
POINTS
- รัฐบาลเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
- จัดสรรงบประมาณวงเงิน 4,452 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเกือบ 80,000 แห่ง
- มีเป้าหมายเพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกกองทุนลง 50% และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนในระบบเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" อัดฉีดงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศเกือบ 8 หมื่นกองทุน มุ่งลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ให้ประชาชนลง 50% หวังดึงคนออกจากวงจรหนี้นอกระบบที่ต้องเสียดอกเบี้ยโหด
วันที่ 10 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแหงชาติเข้าร่วมด้วย
โดยนายกฯกล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในวันนี้เห็นว่าไทยช่วยไทยไม่ใช่แค่ 60-40 ไม่ใช่เป็นเรื่องของไทยช่วยไทย แต่คำว่าพลัสคือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเราได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลง
และเราพยายามจะหาโครงการต่างๆและวิธีการต่างๆมาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นต้น
รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สินและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพเพิ่มรายได้และเสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือน และทุกชุมชนอันเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดีดีเช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดและถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านกองทุนชุมชนเมืองและกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศให้เงินทุนหมุนเวียน
สำหรับการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเสียดอกเบี้ยสูงๆแพงๆ เราทนสภาพนั้นไม่ได้ เพราะต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้านโครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงซึ่งการจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนให้อำนาจในการตัดสินใจอำนาจในการจัดตั้งนโยบายกับนางสุขสำรวยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อทำให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหลาย ฉะนั้นความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเราจัดงบประมาณไว้แล้วและจัดโครงการจัดหลักการการให้การช่วยเหลือประชาชนให้เขามีต้นทุนในการลงทุนต่างๆได้ดีขึ้น
ซึ่งเงินกองทุนหมู่บ้านได้สร้างหมอลำที่มีชื่อเสียงมาแล้ว อย่าคิดว่าเงินนี้เป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเราสามารถจับหลักของธุรกิจสามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสของการสร้างรายได้ นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้ท่านไม่ต้องไปจมปลักอยู่กับเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนแพงอย่างมหาศาลและยังต้องเซ็นสัญญาทาสต่างๆทำให้เราเสียโอกาสทั้งหมดในชีวิตที่เรามีอยู่และความเดือดร้อนนี้มันก็ไปถึงครอบครัวเราด้วย ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะเริ่มด้วยเงินงบประมาณประมาณ 4.4พันล้านบาท แต่ถ้าท่านทำแล้วแล้วมันเกิดประโยชน์เกิดผลสำเร็จเกิดประสิทธิภาพ สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจ
ฉะนั้นรัฐบาลต้องถือว่าท่านคือ เฟืองจักรตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก เพราะท่านเป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดในประเทศของเราการสนับสนุนการไว้วางใจความมุ่งมั่นที่อยากจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะผลสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้กับท่านอย่างเต็มที่
“ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบให้พวกท่านใจจะขาดขอขอให้พวกเราช่วยกันทำให้บรรลุผลสำเร็จ” นายกฯกล่าว
ด้านนางสุขสมรวย กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือ โดยการเพิ่มงบประมาณ เพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
นางสุขสมรวย กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 - ปัจจุบัน)
สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ







