
‘PureCycle’ ทุ่ม 8.1 พันล้าน ผุดโรงงานรีไซเคิลพลาสติกขั้นสูงแห่งแรกในไทย
บีโอไอไฟเขียว 8.1 พันล้านบาท ดึง PureCycle ตั้งฐานรีไซเคิลพลาสติกไฮเทคในไทย ระบุใช้วัตถุดิบในประเทศ 100% ป้อนโรงงานรีไซเคิลระดับโลก เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
KEY
POINTS
- บริษัท เพียวไซเคิล (ประเทศไทย) ได้รับการอนุมัติจาก BOI ให้ลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานรีไซเคิลพลาสติกขั้นสูงแห่งแรกในไทยที่จังหวัดระยอง
- โรงงานจะใช้เทคโนโลยี Dissolution Recycling จากสหรัฐฯ เพื่อรีไซเคิลพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) ให้เป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงเทียบเท่าพลาสติกบริสุทธิ์
- มีกำลังการผลิตประมาณ 59,000 ตันต่อปี โดยใช้วัตถุดิบเป็นเศษพลาสติกในประเทศ 100% เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติกในไทย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เพียวไซเคิล (ประเทศไทย) จำกัด (PureCycle) เพื่อลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดโพลีโพรพิลีน มูลค่าเงินลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง
สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น ใช้เทคโนโลยี Dissolution Recycling จากสหรัฐฯ ซึ่งเพียวไซเคิลเป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานผลิตเชิงพาณิชย์ภายใต้สิทธิบัตรจากบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G)
รีไซเคิลแยกสี-กลิ่น-สิ่งปนเปื้อน
โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นกระบวนการรีไซเคิลที่ใช้ตัวทำละลายในการแยกสี กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนออกจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ผ่านการใช้งานแล้วในระดับโมเลกุล ทำให้สามารถผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงพลาสติกบริสุทธิ์ ภายใต้ชื่อ PureFive™ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวมีกำลังผลิตประมาณ 59,000 ตันต่อปี โดยใช้เศษพลาสติกในประเทศเป็นวัตถุดิบ 100% คิดเป็นปริมาณราว 65,600 ตันต่อปี หรือมูลค่ากว่า 1,150 ล้านบาท
จุดเด่นของโครงการ คือ การนำเศษพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย กลับมาเพิ่มมูลค่าผ่านเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง ซึ่งไทยมีทั้งปริมาณวัตถุดิบและห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PureCycle เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะจำหน่ายในประเทศ 50% ให้กับ P&G และลอรีอัล (ประเทศไทย)
ส่งออกตลาดเอเชีย
ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปยังตลาดเอเชีย เช่น ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ปัจจุบันความต้องการพลาสติกรีไซเคิลในตลาดโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568
และคาดว่าจะแตะ 132,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกฎระเบียบ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดเป้าหมายด้านความสามารถในการรีไซเคิลและการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น
รวมถึงพันธสัญญาด้าน ESG และเป้าหมาย Net Zero ของแบรนด์สินค้าชั้นนำอย่าง Coca-Cola, P&G, Unilever และ Nestlé ส่งผลให้ความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลโพลีโพรพิลีนความบริสุทธิ์สูง (Ultra-Pure Recycled Polypropylene: UPRP) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“โครงการดังกล่าวนี้ถือเป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคได้”







