thansettakij
thansettakij
‘BOI’ ดันไทยศูนย์กลางยานยนต์อนาคต รับกระแส EV-AI โลกเปลี่ยน

‘BOI’ ดันไทยศูนย์กลางยานยนต์อนาคต รับกระแส EV-AI โลกเปลี่ยน

14 พ.ค. 69 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 06:21 น.

‘BOI’ เดินหน้าดันไทยศูนย์กลางยานยนต์อนาคต รับกระแส EV-AI โลกเปลี่ยน รุกชู ACES Model ปั้นไทยฐานผลิต Smart & Green Mobility

KEY

POINTS

  • บีโอไอ (BOI) ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค เพื่อตอบรับกระแสโลกที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์อัจฉริยะ
  • ดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกในอุตสาหกรรม EV และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 1.82 แสนล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • มุ่งสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่ครบวงจร โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ผสาน AI พลังงานสะอาด และซอฟต์แวร์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค โดยอุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล หรือที่เรียกว่า ACES ซึ่งประกอบด้วย Autonomous, Connected, Electric และ Shared Mobility 

ส่งผลให้ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตแบบครบวงจรของภูมิภาค ทั้งในมิติของ Green และ Smart Mobility ที่ต้องมาคู่กัน

วิกฤตตะวันออกกลางเร่งการเปลี่ยนผ่าน

โดยวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก เป็นปัจจัยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้เห็นว่า Green Mobility ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระยะยาว

บรรยากาศบนเวที BOI Symposium ภายใต้หัวข้อ Thailand Driving Toward Smart and Green Mobility

 

ทั้งนี้ ล่าสุดบีโอไอจัด BOI Symposium ภายใต้หัวข้อ Thailand Driving Toward Smart and Green Mobility ภายในงาน SUBCON Thailand 2026 โดยมี China EV100 องค์กร Think Tank ด้านยานยนต์ไฟฟ้าของจีน รวมถึงผู้บริหารบริษัทยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับโลกจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรปที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ร่วมสะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smart and Green Mobility

"ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่กำลังชิงจังหวะเป็นผู้กำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านนั้น รวมถึงดึงดูดบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ EV ทุกประเภท และชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้มาตั้งฐานการผลิตและส่งออกในไทย“

 

นอกจากนี้ บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เชื่อมโยงเข้าสู่ซัพพลายเชนโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบีโอไอได้หารือร่วมกับ 4 สมาคมหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อจัดทำมาตรการระยะต่อไป ทั้งการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค

ยอดขอส่งเสริม EV กว่า 1.82 แสนล้าน

ตั้งแต่ปี 2560 – มีนาคม 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV รวมกว่า 182,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการผลิตรถยนต์ EV ทุกประเภท แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต EV หลักของภูมิภาค

นายจาง หยงเหว่ย ประธานสถาบันพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (China EV100) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังก้าวเข้าสู่ ช่วงเร่งตัวของการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าในปี 2030 EV จะมีสัดส่วน 45% ของยอดขายทั่วโลก หรือ 43–45 ล้านคัน โดย EV ไม่ได้เป็นเพียงยานยนต์ แต่กำลังพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ผสาน AI พลังงานสะอาด และบริการดิจิทัล ทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมย้ายจากเครื่องยนต์และฮาร์ดแวร์ ไปสู่ซอฟต์แวร์และระบบนิเวศบริการ ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านแบตเตอรี่ ชิป เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ และมาตรฐานสากล จะเป็นหัวใจของการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

เอกชนหนุนไทยพัฒนายานยนต์คู่เทคโนโลยี

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)  กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตรถยนต์ แต่กำลังก้าวสู่ระบบอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงาน ข้อมูล และความยั่งยืน โดยปัจจัยสำคัญคือการสร้าง EV Ecosystem ที่ครบวงจร ตั้งแต่มาตรฐาน การทดสอบ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวจากการผลิตชิ้นส่วนแบบดั้งเดิม ไปสู่ชิ้นส่วนเทคโนโลยีมูลค่าสูง เชื่อมโยงกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก และลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าและ Green Mobility ของภูมิภาคในระยะ 10–15 ปีข้างหน้า

นาย Yubin Ke ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุค xEV จากแรงกดดันด้านพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง ประเทศไทยต้องเร่งขยายสถานีชาร์จ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้สามารถรองรับการขยายตัวของ xEV ในอนาคต และต้องเร่งยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่การผสานระหว่างอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ยานยนต์ และซอฟต์แวร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์อัจฉริยะ นอกจากนี้ รถยนต์ PHEV จะเป็นกุญแจสำคัญของช่วงเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่พลังงานใหม่ พร้อมเสนอให้ภาครัฐเพิ่มการสนับสนุนรถยนต์กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์ PHEV มีการใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก สามารถช่วยรักษาฐานการผลิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศได้ ทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน