
ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 7.6 พันล้านดอลลาร์ ธปท.ย้ำเป็นปัจจัยระยะสั้น
ธปท.ชี้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลชั่วคราว เหตุพลังงานนำเข้าสูง 7.4 พันล้านดอลลาร์ ระบุไม่ใช่สัญญาณลบเสมอไป ย้ำไม่กระทบเสถียรภาพ แนะนำเข้าเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนเมษายน 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าพลังงานมูลค่าสูง ทั้งจากราคาที่เพิ่มขึ้นและการสำรองน้ำมันในประเทศ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวในระยะสั้น และคาดว่าสถานการณ์จะทยอยดีขึ้น
- คาดการณ์ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีจะเข้าใกล้สมดุล และมีแนวโน้มกลับมาเกินดุลในปี 2570 จากการส่งออกที่ขยายตัว
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงประเด็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง โดยมองว่ามาจากปัจจัยระยะสั้น ซึ่งในเดือน เม.ย. 2569 ไทยนำเข้าพลังงานสุทธิคิดเป็นถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์ จากทั้งราคาที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกและปริมาณที่สูงขึ้นส่วนใหญ่จากการสำรองน้ำมันในประเทศ
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือน เม.ย. ขาดดุลที่ 6.8 และ 7.6 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยเมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลาย ดุลบัญชีเดินสะพัดจะทยอยปรับดีขึ้น โดยเฉพาะจากการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 12-13%
ขณะที่ทั้งปี 2569 ดุลบัญชีเดินสะพัดน่าจะโน้มเข้าใกล้ 0 หรือมีโอกาสติดลบเล็กน้อย และกลับมาเกินดุลในปี 2570
นอกจากนี้ มองว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่น่ากังวลเสมอไป โดยเฉพาะหากนำเข้ามาเพื่อลงทุนเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจ
“จากบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ธปท. มองว่าบทบาทในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในภาพใหญ่ จำเป็นต้องทำควบคู่กับการดูแลการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านมาตรการเฉพาะจุดเพื่อช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง”







