
‘เอกนิติ’ แนะร้านค้าใช้ AI ‘นกกระซิบ’ วิเคราะห์ยอดขาย-ใช้ยื่นขอสินเชื่อได้
“เอกนิติ” ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ทดลองใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก แนะร้านค้าใช้ AI “นกกระซิบ” วิเคราะห์ยอดขาย ใช้ยื่นขอสินเชื่อได้ ย้ำระบบใช้ง่าย โปร่งใส พร้อมเปิดทางตรวจสอบงบกู้ 4 แสน
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แนะให้ผู้ประกอบการร้านค้าใช้ AI ที่ชื่อว่า “นกกระซิบ”
- AI “นกกระซิบ” สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย เช่น ยอดขาย ช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ และประเภทสินค้าที่ขายดี
- ร้านค้าสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร เพื่อลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ
“เอกนิติ” ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ติดตามการใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก ทดลองสแกนจ่ายซื้อสินค้าด้วยตัวเอง พร้อมย้ำระบบใช้ง่ายและโปร่งใส พร้อมแนะร้านค้าใช้ AI “นกกระซิบ” วิเคราะห์ยอดขาย ใช้ยื่นขอสินเชื่อได้ ขณะประชาชนสะท้อนอยากเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ ด้านรัฐบาลเตรียมเสนอ ครม. ทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเปิดทางช่วยผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนเข้าถึงมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี เพื่อติดตามบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิอย่างเป็นทางการวันแรกตั้งแต่เวลา 06.00 น.
“เอกนิติ” ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ทดลองใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก
บรรยากาศภายในตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาใช้สิทธิและสอบถามรายละเอียดโครงการ โดยบางส่วนสะท้อนว่าต้องการให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินช่วยเหลือรายวันจากเฉลี่ย 333 บาทต่อวัน และขยายวงเงินรวมจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลต้องการใช้โครงการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ระหว่างลงพื้นที่ นายเอกนิติได้ทดลองใช้สิทธิผ่านระบบ “ไทยช่วยไทย พลัส” ด้วยการซื้อมะพร้าวถอดเสื้อราคา 60 บาท โดยจ่ายจริงเพียง 24 บาท พร้อมกล่าวว่า “ใช้ง่ายมากเลย” สะท้อนว่าระบบใช้งานได้สะดวกทั้งฝั่งผู้ซื้อและร้านค้า
แนะร้านค้าใช้ AI “นกกระซิบ” วิเคราะห์ยอดขาย-ต่อยอดขอสินเชื่อธนาคาร
นอกจากนี้ ยังได้แนะนำให้ผู้ประกอบการใช้ AI “นกกระซิบ” เพื่อช่วยวิเคราะห์ยอดขาย ช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ และประเภทสินค้าที่ขายดี โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบของผู้ค้ารายย่อย
นายเอกนิติระบุว่า ปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 26 ล้านคน และมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.05 ล้านร้านค้า โดยยังเปิดรับสมัครร้านค้าเพิ่มเติมไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ส่วนกรณีฝ่ายค้านเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายเอกนิติยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมเปิดให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส ใช้ระบบดิจิทัลผ่านแอป “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ทำให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการใช้จ่ายได้อย่างโปร่งใส และเงินถึงมือประชาชนโดยตรง 100%
เตรียมเสนอ ครม. ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รองรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน
สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน นายเอกนิติเปิดเผยว่า วันที่ 2 มิถุนายนนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดทางให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ด้านนายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 06.00-09.00 น. ของวันแรก มียอดใช้จ่ายผ่านโครงการแล้วประมาณ 170 ล้านบาท จากผู้ใช้สิทธิเกือบ 900,000 คน รวมกว่า 1.1 ล้านรายการ ผ่านร้านค้ากว่า 220,000 แห่ง โดยธนาคารได้เตรียมระบบรองรับธุรกรรมสูงสุดถึง 300,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อรองรับการใช้งานจำนวนมากในช่วงเริ่มต้นโครงการ
ธนาคารได้เตรียมระบบรองรับธุรกรรมสูงสุดถึง 300,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อรองรับการใช้งานจำนวนมากในช่วงเริ่มต้นโครงการ และตามปกติช่วงที่มีโครงการวันจันทร์-อังคาร จะมีประชาชนเข้ามาใช้มากที่สุดประมาณ 16.00 น.







