thansettakij
thansettakij
ไทยช่วยไทย ผนึก Nex Gen Commerce ดันอีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย ปลุก SME สู้ต่างชาติ

ไทยช่วยไทย ผนึก Nex Gen Commerce ดันอีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย ปลุก SME สู้ต่างชาติ

28 พ.ค. 69 | 12:35 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 12:46 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ Nex Gen Commerce เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” Kick Off 4 มิ.ย.นี้ หวังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศกว่า 150 ล้านบาท พร้อมผลักดัน “อีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย” เป็นทางเลือกใหม่ให้ SME ไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับ Nex Gen Commerce จัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” เพื่อส่งเสริมอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท
  • เป็นการผลักดันแนวคิด “อธิปไตยทางการค้าไทย” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางเลือก ลดการพึ่งพาและเพิ่มอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มต่างชาติ

กระแส “อธิปไตยทางการค้า” ดันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยถูกจับตา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก “Nex Gen Commerce” เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ลดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

การแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก กำลังทำให้หลายประเทศเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล” ของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงิน ระบบข้อมูล หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และรักษาการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในประเทศ

แนวคิดดังกล่าวเริ่มถูกเรียกว่า “Digital Sovereignty” หรือ “อธิปไตยดิจิทัล” ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่เริ่มเห็นความพยายามในการผลักดันแพลตฟอร์มดิจิทัลสัญชาติไทยมากขึ้น

พาณิชย์จับมือแพลตฟอร์มไทย

ไทยช่วยไทย ผนึก Nex Gen Commerce ดันอีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย ปลุก SME สู้ต่างชาติ ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือร่วมกับผู้บริหารแพลตฟอร์ม “Nex Gen Commerce” ของบริษัท เน็กซ์ เจน ชอป จำกัด เพื่อเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” ซึ่งเตรียม Kick Off อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2569

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และ SME ไทย เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ โดยประเมินว่าจะก่อให้เกิดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้าง “แพลตฟอร์มทางเลือก” ให้ผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ท่ามกลางต้นทุนการแข่งขันบนแพลตฟอร์มต่างชาติที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา และการแข่งขันด้านราคา

ปลุกแนวคิด “อธิปไตยทางการค้าไทย”

อีกประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น คือแนวคิด “Thai e-Commerce Sovereignty” หรือ “อธิปไตยทางการค้าไทย” ที่มองว่า ประเทศไทยควรมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตนเองไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการไทย และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่เอื้อต่อธุรกิจไทยในระยะยาว

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นแพลตฟอร์มต่างชาติ แต่เป็นการสร้าง “สมดุล” ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศเพียงไม่กี่ราย

นอกจากนี้ การมีแพลตฟอร์มของประเทศเอง ยังเชื่อมโยงไปถึงการบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาระบบชำระเงิน โลจิสติกส์ และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ที่อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แข่งยักษ์โลก

แม้แพลตฟอร์มต่างชาติยังครองตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เป้าหมายสำคัญอาจไม่ใช่การแข่งขันโดยตรงในระยะสั้น หากแต่คือการเริ่มสร้าง “ทางเลือก” และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ข้อมูล และแพลตฟอร์มดิจิทัล การมีโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การผลักดันแพลตฟอร์มสัญชาติไทย ยังอาจเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจท้องถิ่น สามารถเข้าถึงตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง