
ไทยช่วยไทย ผนึก Nex Gen Commerce ดันอีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย ปลุก SME สู้ต่างชาติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ Nex Gen Commerce เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” Kick Off 4 มิ.ย.นี้ หวังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศกว่า 150 ล้านบาท พร้อมผลักดัน “อีคอมเมิร์ซพันธุ์ไทย” เป็นทางเลือกใหม่ให้ SME ไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
KEY
POINTS
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับ Nex Gen Commerce จัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” เพื่อส่งเสริมอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย
- มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท
- เป็นการผลักดันแนวคิด “อธิปไตยทางการค้าไทย” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางเลือก ลดการพึ่งพาและเพิ่มอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มต่างชาติ
กระแส “อธิปไตยทางการค้า” ดันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยถูกจับตา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก “Nex Gen Commerce” เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ลดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ
การแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก กำลังทำให้หลายประเทศเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล” ของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงิน ระบบข้อมูล หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และรักษาการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในประเทศ
แนวคิดดังกล่าวเริ่มถูกเรียกว่า “Digital Sovereignty” หรือ “อธิปไตยดิจิทัล” ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่เริ่มเห็นความพยายามในการผลักดันแพลตฟอร์มดิจิทัลสัญชาติไทยมากขึ้น
พาณิชย์จับมือแพลตฟอร์มไทย
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และ SME ไทย เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ โดยประเมินว่าจะก่อให้เกิดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้าง “แพลตฟอร์มทางเลือก” ให้ผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ท่ามกลางต้นทุนการแข่งขันบนแพลตฟอร์มต่างชาติที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา และการแข่งขันด้านราคา
ปลุกแนวคิด “อธิปไตยทางการค้าไทย”
อีกประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น คือแนวคิด “Thai e-Commerce Sovereignty” หรือ “อธิปไตยทางการค้าไทย” ที่มองว่า ประเทศไทยควรมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตนเองไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการไทย และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่เอื้อต่อธุรกิจไทยในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นแพลตฟอร์มต่างชาติ แต่เป็นการสร้าง “สมดุล” ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศเพียงไม่กี่ราย
นอกจากนี้ การมีแพลตฟอร์มของประเทศเอง ยังเชื่อมโยงไปถึงการบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาระบบชำระเงิน โลจิสติกส์ และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ที่อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แข่งยักษ์โลก
แม้แพลตฟอร์มต่างชาติยังครองตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เป้าหมายสำคัญอาจไม่ใช่การแข่งขันโดยตรงในระยะสั้น หากแต่คือการเริ่มสร้าง “ทางเลือก” และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ข้อมูล และแพลตฟอร์มดิจิทัล การมีโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การผลักดันแพลตฟอร์มสัญชาติไทย ยังอาจเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจท้องถิ่น สามารถเข้าถึงตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง







