thansettakij
thansettakij
รอมา 6 ปี ‘ซีเนียร์คอมเพล็กซ์’ รามาฯ-ธนารักษ์ รื้อแผนใหม่ ลุ้นเปิดปี 73

รอมา 6 ปี ‘ซีเนียร์คอมเพล็กซ์’ รามาฯ-ธนารักษ์ รื้อแผนใหม่ ลุ้นเปิดปี 73

29 พ.ค. 69 | 12:46 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 13:40 น.

ธนารักษ์ ลุย ‘ซีเนีย์คอมเพล็กซ์’ หลังผู้รับเหมาทิ้งงาน สะดุดไป 6 ปี ถกรามสฯ รื้อแผนใหม่ ขึ้นราคาห้องพัก-ลดเกณฑ์เข้าอยู่ได้ ตั้งแต่อายุ 55 ปี คาดเปิดปี 73

KEY

POINTS

  • โครงการ "ซีเนียร์คอมเพล็กซ์" รามาฯ-ธนารักษ์ ที่ล่าช้ามากว่า 6 ปี ได้รื้อแผนการก่อสร้างใหม่ โดยตั้งเป้าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2573
  • แผนใหม่จะมีการปรับขึ้นราคาค่าที่พักให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน และอาจพิจารณาปรับลดเกณฑ์อายุผู้เข้าพักจาก 60 ปี เหลือ 55 ปี
  • สาเหตุความล่าช้าเกิดจากผู้รับเหมารายเดิมทิ้งงานเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ทำให้ต้องยกเลิกสัญญาและเตรียมเปิดประมูลหาผู้รับเหมารายใหม่

โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์ หรือ ซีเนียร์คอมเพล็กซ์ เป็นหนึ่งในนโยบายที่กรมธนารักษ์พยายามผลักดันเพื่อยกระดับการใช้ที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทยที่อยู่ในยุคสังคมผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการมีความล่าช้าในการก่อสร้างและเริ่มดำเนินการมากว่า 6 ปีแล้ว

รื้อแผนใหม่ 'ซีเนียร์คอมเพล็กซ์'

โดยนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า หลังจากโครงการซีเนียร์คอมเพล็กซ์ได้ยืดเยื้อและล่าช้ามาเป็นเวลากว่า 6 ปี ล่าสุด ได้มีการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าทางโรงพยาบาลจะยังคงยืนยันเดินหน้าโครงการต่อไปทั้งในส่วนของคอมเพล็กซ์และโรงพยาบาล 

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจะมีการทบทวนและปรับปรุงรายละเอียดแผนงานใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าจะสามารถจัดหาผู้รับเหมา ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้ผู้สูงอายุเข้าพักได้เร็วที่สุดภายในปี 2573

ขึ้นราคาห้องพัก-เปิดทางอายุ 55 ปีเข้าอยู่ได้

ทั้งนี้ เนื่องจากระยะเวลาดำเนินโครงการที่เปลี่ยนไปทำให้ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีมีแนวทางที่จะขอปรับลดขนาดของโครงการ รวมถึงปรับลดจำนวนห้องพักลงให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น 

“ส่วนราคาที่พักอาศัยก็มีความจำเป็นจะต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น”

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มผู้ที่เคยจองสิทธิ์ที่พักอาศัยไว้ตั้งแต่การเปิดจองในอดีตนั้น กรมธนารักษ์จะยังคงให้สิทธิ์ในการพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก โดยจะนำรายชื่อกลับมาสอบถามความสมัครใจว่ายังคงยืนยันต้องการรับสิทธิ์ในอัตราที่มีการปรับราคาใหม่หรือไม่ 

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดที่จะพิจารณาแนวทางในการขยายโอกาสการเข้าพักสำหรับผู้ที่สนใจโครงการมากขึ้น โดยอาจปรับลดเกณฑ์อายุขั้นต่ำของผู้เข้าร่วมโครงการลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 60 ปี ให้เหลือเพียง 55 ปี เนื่องจากในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้จองสิทธิ์ได้ทำการยกเลิกการจองไปเองแล้วประมาณ 20% และมีบางส่วนที่อาจหายไปจากระบบ

แจงเหตุล่าช้า 'ผู้รับเหมา' ทิ้งงาน

นายอัครุตม์ กล่าวว่า รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของโรงพยาบาลรามาธิบดีและ ธพส. ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง ก่อนที่กรมธนารักษ์จะรวบรวมรายละเอียดเพื่อนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไปในท้ายที่สุด

ในส่วนของปัญหาความล่าช้าด้านการก่อสร้างที่ผ่านมานั้น มีสาเหตุมาจากผู้รับเหมารายเดิมขาดสภาพคล่องและทิ้งงาน ทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องและบอกเลิกสัญญา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ ปัจจุบันกระบวนการทางกฎหมายในการยกเลิกสัญญานั้นได้ยุติลงเรียบร้อยแล้ว 

สำหรับความคืบหน้าในพื้นที่ก่อสร้างของรามาธิบดีนั้นได้มีการดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 10-20% ก่อนที่จะหยุดชะงักลง ขณะที่ทาง ธพส. ซึ่งดูแลพื้นที่สร้างคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยสำหรับซีเนียร์คอมเพล็กซ์นั้น ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างแต่อย่างใด 

”ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีและ ธพส. จะต้องดำเนินการเปิดประมูลเพื่อจัดหาผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาก่อสร้างต่อ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งใจจะเร่งรัดผลักดันให้โครงการนี้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบรับนโยบาย 10 Plus ของรัฐบาลในการรองรับสังคมผู้สูงอายุต่อไป“