thansettakij
thansettakij
ธนารักษ์เผยเหรียญ 10 บาทดีมานด์สูง กดดันต้นทุนผลิตปีหน้า

ธนารักษ์เผยเหรียญ 10 บาทดีมานด์สูง กดดันต้นทุนผลิตปีหน้า

07 เม.ย. 69 | 06:12 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 06:22 น.

ธนารักษ์เผยความต้องการใช้เหรียญ 10 บาทพุ่ง กดดันต้นทุนผลิตปีหน้า สั่งกองกษาปณ์เร่งปรับแผนรับมือ เล็งจ้างบริษัทภายนอกผลิต

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมทบทวนแผนการผลิตเหรียญหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีการปรับแผนการผลิตทุกปี ซึ่งคาดว่าต้นทุนในการผลิตเหรียญจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า

โดยได้มอบนโยบายให้กองกษาปณ์ทบทวนแผนและต้นทุนการผลิต เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางความท้าทายจากกระแสสังคมไร้เงินสดและต้นทุนการผลิตที่ต้องควบคุม

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีนโยบาย Mix and Match ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการผลิตเหรียญเปล่าเอง กับการจ้างผลิตจากภายนอก หากพบว่าการผลิตเองมีต้นทุนที่สูงกว่า กรมจะพิจารณาจ้างผลิต สำหรับเหรียญ 1 บาท เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งในอดีตการจ้างผลิตบางส่วนมีต้นทุนที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับการดำเนินงานเองทั้งหมด

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนคือการถือครองเหรียญเปล่าจำนวนมากในคลัง ซึ่งถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง กรมจึงมีแนวคิดที่จะนำเหรียญเปล่าที่คงเหลืออยู่มาเพิ่มมูลค่าและระบายออกจากสต็อก เช่น การนำไปผลิตเป็นเหรียญพระหรือเหรียญที่ระลึก แทนการเก็บไว้เป็นโลหะเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดภาระต้นทุนการเก็บรักษาและยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์

แม้ในภาพรวมเทรนด์สังคมไร้เงินสด จะเริ่มเข้ามามีบทบาทและอาจทำให้ความต้องการเหรียญลดลงในอนาคต แต่ปัจจุบันต้นทุนการผลิตยังคงได้รับแรงกดดันจากความต้องการใช้เหรียญบางชนิดที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยเฉพาะเหรียญ 10 บาท ที่คาดการณ์ว่าปีนี้จะมียอดผลิตพุ่งสูงถึง 300 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลิตปีละประมาณ 240 ล้านเหรียญ เนื่องจากกระแสความนิยมของตู้บริการอัตโนมัติต่างๆ เช่น ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ และตู้เต่าบิน

ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ยังเผชิญกับปัญหาต้นทุนแฝงจากการที่เหรียญไม่หมุนเวียนกลับเข้าระบบ ตามวงรอบปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปิดประเทศที่ผ่านมา ทำให้เหรียญจำนวนมากตกค้างอยู่ในมือประชาชนหรือถูกนำไปใช้นอกระบบการเงินปกติ ส่งผลให้กรมจำเป็นต้องผลิตเหรียญใหม่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน

สำหรับภาพรวมปริมาณการผลิตเหรียญในแต่ละปียังคงมีจำนวนมหาศาล โดยเหรียญ 1 บาท มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ประมาณ 600 - 620 ล้านเหรียญต่อปี ขณะที่เหรียญ 10 บาท ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นในบางช่วง คาดการณ์ว่าปีนี้อาจจะมียอดผลิตพุ่งสูงขึ้นไปถึง 300 ล้านเหรียญ จากเดิมที่เคยผลิตอยู่ประมาณ 240 ล้านเหรียญ

“ปัจจุบันต้นทุนการผลิตเหรียญ 5 และ 10 บาท ยังต่ำกว่าราคาหน้าเหรียญ 50-60% แต่ความต้องการใช้เหรียญเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการทบทวนแผนการผลิต ขณะที่ความต้องการใช้เหรียญ 1 บาทมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุต้นทุนเหรียญที่จะผลิตในอนาคตได้อย่างชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการใช้สต็อกเหรียญเดิมที่มีอยู่ และยังไม่ได้เริ่มกระบวนการจัดซื้อใหม่”