thansettakij
thansettakij
3 องค์กร ร้องรัฐสกัด 'เงินใต้โต๊ะ' ชง 3 ข้อเสนอแก้คอร์รัปชั่นถึงมือนายกฯ

3 องค์กร ร้องรัฐสกัด 'เงินใต้โต๊ะ' ชง 3 ข้อเสนอแก้คอร์รัปชั่นถึงมือนายกฯ

15 พ.ค. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 69 | 07:11 น.

กกร.-สภาอุตฯ-ACT ชง 3 ข้อเสนอแก้คอร์รัปชั่นถึงมือรัฐบาล สกัด 'เงินใต้โต๊ะ' ชี้ เป็นต้นทุนแฝงฉุดรั้งขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ด้าน ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ย้ำ วงจรสินบนไทยเข้าขั้นวิกฤต

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นวิกฤตระดับชาติ
  • เปิดผลสำรวจ พบว่า ภาคเอกชนเกือบครึ่ง (48%) ยอมรับว่า ต้องจ่ายสินบนให้หน่วยงานรัฐ โดย ตำรวจทางหลวง ถูกร้องเรียนมากที่สุดซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

15 พฤษภาคม 2569 คณะทำงานร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่ายเพื่อนไม่ทน Zero Corruption ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ซึ่งได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นผู้รับหนังสือและรับฟังข้อเสนอแทน หลังจากใช้เวลาในการหารือกว่า 2 ชม.

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือในวันนี้โดยระบุว่า มีการเสนอ 3 ข้อให้กับทางรัฐบาลโดยนายปกรณ์ รองนายกฯจะได้นำเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้รับทราบในช่วงเย็นวันนี้ 

ดร.มานะ ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่อยากจะสื่อสารในวันนี้ คือ ปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศไทยที่วันนี้เข้าสู่ขั้นวิกฤตระดับชาติซึ่งทางภาคประชาชนและภาคเอกชนมีความเห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะจับมือกับรัฐบาลในการแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจังซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลความเห็นจากภาคประชาชนและผู้ประกอบการเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐที่มีพฤติกรรมเรียกรับสินบน หรือที่ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "เงินใต้โต๊ะ"

ผลสำรวจพบว่า มีหน่วยงานที่ถูกระบุถึงมากถึง 20 หน่วยงาน โดยหน่วยงานที่ได้รับการร้องเรียนและถูกระบุถึงเป็นอันดับหนึ่ง คือ ตำรวจทางหลวง ส่วนหน่วยงานที่มีสถิติอัตราการเรียกรับเงินในมูลค่าที่สูงที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้ คือ กรมควบคุมมลพิษ

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

ชี้ ค่า CPI ของประเทศตกต่ำลงต่อเนื่อง

ข้อมูลที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือ ผลการสำรวจระบุว่า กว่าร้อยละ 48 ของภาคเอกชนที่ต้องเข้าไปติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ ยอมรับว่า ต้องจ่ายเงินสินบนเพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ สิ่งนี้ถือเป็นต้นทุนแฝงที่มหาศาลมากทำให้ประเทศไทยเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่สำคัญ คือ การเสียชื่อเสียงในสายตานักลงทุนต่างชาติส่งผลให้คะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต หรือ ค่า CPI ของประเทศตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

วันนี้ข้อเรียกร้องของพวกเรามีเพียงอย่างเดียว คือ อยากให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งยอมรับความจริงก่อน ยอมรับว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของตัวบุคคลแต่มันคือ ปัญหาเชิงระบบและมันกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว สุดท้ายนี้อยากรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันร้องเรียน และที่สำคัญที่สุดคือ 'เราต้องไม่ทน' ต่อการทุจริตทุกรูปแบบเพื่อให้สังคมไทยใสสะอาดกว่าที่เป็นอยู่ ปธ.องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าว

ทั้งนี้ ช่วงเช้าก่อนการหารือ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นหลักที่จะหารือจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเพราะถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มากต้องการเห็นการทำงานที่เอาจริงเอาจัง และเป็นรูปธรรมเพราะขณะนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากซึ่งประเทศไทยต้องพยายามเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ให้ได้ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยเรตติ้งต่ำมากจึงต้องพยายามดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้

แนะ ต้องเร่งเพิ่มศักยภาพแข่งขันของประเทศ

ขณะที่นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า มีประเด็นหลายอย่างในสภาวะวิกฤตแบบนี้เราต้องเร่งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศและต้องการผลักดันเรื่องแอนตี้คอร์รัปชั่น สร้างความโปร่งใส 

อย่างไรก็ดี หากจำกันได้ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ACT ได้ยื่น 3 ข้อเสนอปราบคอร์รัปชันถึงพรรคการเมืองต่าง ๆ ประกอบด้วย 

1. ผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้สำเร็จในช่วงที่เป็นรัฐบาล เพื่อยกระดับมาตรฐาน โดยแก้ไข และลดกฎหมายให้สากลยอมรับ เป็นธรรม และปฎิรูประบบภาครัฐ
 
2. เร่งออก พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เพื่อเป็นหลักประกันการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสให้ประชาชนรับทราบและสามารถตรวจสอบได้ 

3. ใช้มาตรการ Integrity Pact และ CoST ซึ่งพิสูจน์ผลแล้วว่าช่วยป้องกันคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการเมกกะโปรเจคได้ผลจริง และเป็นกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยลดคอร์รัปชัน ซึ่งเปิดโอกาสให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนกระทั่งเสร็จสิ้นโครงการ