thansettakij
thansettakij
กองทุนน้ำมันฯ ยันยังอุ้มราคาไหว เล็งปรับกฎหมายรับอนาคตพลังงานสะอาด

กองทุนน้ำมันฯ ยันยังอุ้มราคาไหว เล็งปรับกฎหมายรับอนาคตพลังงานสะอาด

18 พ.ค. 69 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 06:48 น.

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังพยุงราคาพลังงานต่อเนื่องแม้น้ำมันโลกเสี่ยงทะลุ 100 ดอลลาร์ ชี้ดีเซลเป็นต้นทุนหลักเศรษฐกิจ เตรียมปรับกฎหมายรับอนาคตพลังงานสะอาด

KEY

POINTS

  • กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยืนยันว่ามีศักยภาพเพียงพอในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
  • ปัจจุบันกองทุนฯ มีสถานะทางการเงินประมาณ 63,000 ล้านบาท และยังคงอุดหนุนราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินไหลออกเฉลี่ยเดือนละกว่า 3,000 ล้านบาท
  • ภารกิจหลักของกองทุนฯ คือการรักษาเสถียรภาพราคา โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจและการขนส่งของประเทศ
  • ในระยะยาวมีการเตรียมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายกองทุนน้ำมันฯ เพื่อให้สอดรับกับบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไป เช่น การส่งเสริมพลังงานสะอาด

18 พฤษภาคม 2569 ฐานเศรษฐกิจ จัดงานเสวนาโต๊ะกลม BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS : ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน โดยนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีบทบาทในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกยังมีความผันผวนสูง พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันกองทุนยังมีศักยภาพเพียงพอในการเข้าไปช่วยเหลือ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ภาครัฐใช้รักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อีกหลายด้าน ทั้งมาตรการภาษีหรือการใช้งบประมาณ แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า และสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว จึงถูกนำมาใช้ในการบริหารสถานการณ์ราคาพลังงานอยู่เสมอ

ขณะเดียวกัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ซึ่งในช่วงเวลาที่กฎหมายฉบับดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ ประเทศและโลกยังไม่เผชิญวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในเวลาต่อมา ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การใช้น้ำมันแทบหยุดชะงัก ก่อนจะต่อเนื่องไปยังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงวิกฤตราคาน้ำมันในช่วงปี 2567-2569

“สิ่งที่อยากสื่อคือ ต้องมองตามบริบทของแต่ละช่วงเวลา เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือเชื้อเพลิงทุกประเภทที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่เลือกช่วยเฉพาะน้ำมันชนิดใดชนิดหนึ่ง หลายคนอาจมองว่าไปอุ้มดีเซล อุ้มเบนซิน หรืออุ้มก๊าซ แต่จริง ๆ แล้วต้องดูว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนั้นกระทบอะไร และจำเป็นต้องเข้าไปช่วยตรงไหน” นายพรชัย กล่าว

กองทุนน้ำมันฯ เดินหน้าพยุงดีเซลต่อ

นายพรชัย กล่าวว่า กรณีน้ำมันดีเซลที่กองทุนเข้าไปดูแล เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคเศรษฐกิจและการขนส่ง จึงจำเป็นต้องรักษาระดับราคาไม่ให้กระทบต่อต้นทุนโดยรวมของประเทศ

 

กองทุนน้ำมันฯ ยันยังอุ้มราคาไหว เล็งปรับกฎหมายรับอนาคตพลังงานสะอาด

 

โดยปัจจุบันวัตถุประสงค์หลักของกองทุนคือการรักษาเสถียรภาพ ด้านพลังงานเป็นสำคัญ แม้ในอดีตกองทุนจะเคยมีบทบาทอื่นเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือการดำเนินมาตรการด้าน FPR แต่เมื่อฐานะกองทุนกลับมาแข็งแรง ก็พร้อมที่จะกลับมาผลักดันภารกิจเหล่านี้อีกครั้งตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี

สำหรับสถานะปัจจุบันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้กองทุนยังคงมีการเข้าไปอุดหนุนราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังไม่มีความแน่นอน และหลายฝ่ายประเมินว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสยืนอยู่ในระดับสูง โดยบางสำนักคาดว่าอาจทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

“ตราบใดที่ยังอยู่ในแผนวิกฤต กองทุนก็ยังคงช่วยเหลืออยู่ ปัจจุบันกองทุนมีเงินไหลออกประมาณวันละ 100 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่ฐานะกองทุนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 63,000 ล้านบาท ดังนั้นในวันนี้ยังสามารถช่วยเหลือได้อยู่” นายพรชัยกล่าว

เร่งทบทวนกฎหมาย รับเทรนด์พลังงานโลก

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างประหยัด รวมถึงการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ไม่ใช่พึ่งพาการอุดหนุนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการผลักดันพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในกฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อปี 2562 เนื่องจากขณะนั้นโลกยังไม่ได้เปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างชัดเจนเหมือนปัจจุบัน

 

พรชัย จิรกุลไพศาล ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สังกัด สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)

 

ขณะนี้สำนักงานฯ ได้รวบรวมข้อเสนอและประเด็นต่าง ๆ เพื่อเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้สอดรับกับบริบทพลังงานในอนาคต พร้อมยืนยันว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังสามารถทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศได้ในเบื้องต้นต่อไป