thansettakij
thansettakij
กสศ. ผนึกทุนสิงคโปร์-เอเชีย ลุยโมเดลดึงเอกชน 'แก้ปัญหาทุนมนุษย์' ในไทย

กสศ. ผนึกทุนสิงคโปร์-เอเชีย ลุยโมเดลดึงเอกชน 'แก้ปัญหาทุนมนุษย์' ในไทย

14 พ.ค. 69 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 09:27 น.

กสศ. จับมือสิงคโปร์และเครือข่ายนักลงทุนเอเชีย เปิดตัวโมเดล Pay for Success นวัตกรรมการเงินระดับโลก ดึงภาคเอกชนลงทุนแก้ปัญหาทุนมนุษย์-ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาในไทย ชูการลงทุนในมนุษย์ให้ผลตอบแทนสูงร้อยละ 9 เทียบเท่าโครงการพื้นฐานระดับประเทศ

KEY

POINTS

  • กสศ. นำโมเดลการเงินเพื่อสังคม "Pay for Success" มาใช้ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนในโครงการแก้ปัญหาทางสังคมล่วงหน้า และภาครัฐจะจ่ายเงินคืนก็ต่อเมื่อโครงการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด
  • มีเป้าหมายเพื่อระดมทุนจากทุกภาคส่วนมาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและวิกฤตทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
  • ร่วมมือกับภาคีจากสิงคโปร์เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุน เช่น แพลตฟอร์ม "Outcomes Marketplace" เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนกับโครงการที่พิสูจน์ผลลัพธ์แล้วอย่างโปร่งใส

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประกาศก้าวสำคัญในการปฏิรูปกลไกการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ โดยการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับภาคีนักลงทุนระดับสากล เพื่อขยายนวัตกรรมการเงินเพื่อสังคมในรูปแบบ "Pay for Success" หรือ การจัดหาเงินทุนตามผลลัพธ์ (Outcome-Based Financing) มุ่งเป้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับทุนมนุษย์ของไทยท่ามกลางวิกฤตสังคมสูงวัย

วิกฤตทุนมนุษย์: โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. เปิดเผยว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ใช่เพียงปัญหาสังคม แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง งานวิจัยระบุว่าหากเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับสูง จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 409 ล้านบาทต่อปี

โดยการลงทุนในเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) สูงถึง ร้อยละ 9 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างรถไฟความเร็วสูง และมีผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 9 เท่าของเงินลงทุน

ผ่าโมเดล "Pay for Success" จ่ายเมื่อสำเร็จ

ดร.ไกรยส กล่าวว่า กลไกนี้จะเปลี่ยนวิธีคิดจากการจ่ายเงินตามกิจกรรม (Activity-based) เป็นการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง (Result-based) โดยมีหลักการคือให้นักลงทุนภาคเอกชนออกเงินทุนล่วงหน้าให้โครงการทางสังคมดำเนินการก่อน และรัฐจะจ่ายเงินคืนพร้อมผลตอบแทนก็ต่อเมื่อโครงการบรรลุเป้าหมายตามที่ผู้ประเมินอิสระยืนยันแล้วเท่านั้น ซึ่งโมเดลนี้ถูกนำไปใช้แล้วในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก มีมูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมรวมกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. ชี้ว่า ทุนมนุษย์คือสิ่งที่น่าลงทุนสำหรับเศรษฐกิจไทย

ถอดบทเรียนความสำเร็จโครงการนำร่อง ICAP

กสศ. ได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 129 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งพบผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเกินเป้าหมาย

  • ทักษะสมองส่วนหน้า (EF): เด็กที่มีปัญหาลดลงจากร้อยละ 28 เหลือเพียงร้อยละ 3.9 (ดีกว่าเป้าหมาย 3.5 เท่า)
  • พัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์ (DSPM): ลดลงจากร้อยละ 31 เหลือร้อยละ 9 (ดีกว่าเป้าหมาย 2 เท่า)

ซึ่งทักษะ EF นี้ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับรายได้ในวัยผู้ใหญ่และการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ผนึก "สิงคโปร์" สร้าง Marketplace ระดับภูมิภาค

ความร่วมมือครั้งนี้ กสศ. ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) รับการสนับสนุนจาก Tri-Sector Associates (TSA) จากประเทศสิงคโปร์ และเครือข่ายผู้ลงทุนเพื่อสังคมในเอเชีย (AVPN) เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนเพื่อสังคม 3 ด้านหลัก ได้แก่

การลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กสศ. กับ Tri-Sector Associates (TSA) จากประเทศสิงคโปร์ และเครือข่ายผู้ลงทุนเพื่อสังคมในเอเชีย (AVPN)

  • Outcomes Marketplace: แพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงนักลงทุนกับโครงการที่ผ่านการพิสูจน์ผลแล้ว ช่วยลดอุปสรรคการเข้าถึงการลงทุน
  • ระบบมาตรฐานการวัดผล: สร้างเกณฑ์ที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือเพื่อให้เปรียบเทียบผลลัพธ์ข้ามโครงการได้
  • การเสริมสร้างศักยภาพ: ยกระดับองค์กรภาคสังคมไทยให้มีความพร้อมในการบริหารโครงการระดับสากล

นายเด็กซ์ เฉิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSA สิงคโปร์ หนุึ่งในองค์กรที่ลงนาม MOU กับ กสศ.ในการแก้ปัญหาทุนมนุษย์ในไทย

นายเด็กซ์ เฉิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSA สิงคโปร์ ระบุว่าเทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนผลกระทบทางสังคมให้เป็น "สินทรัพย์ที่ซื้อขายได้" (Tradable Asset Class) โดยในระบบ Marketplace นี้ จะมีการนำเทคโนโลยี AI และ Blockchain มาใช้เพื่อความโปร่งใส ป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน และใช้ระบบดิจิทัลยืนยันตัวตนผู้ได้รับประโยชน์

นอกจากนี้ยังมีการสร้างหน่วยลงทุนย่อย (Micro-investments) ราคาเพียง 2,000 - 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและบุคคลทั่วไปร่วมเป็น "ผู้ซื้อผลลัพธ์" ได้

นายสุวิชญ โรจนวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

คลังรับลูก ปรับบทบาทรัฐสู่ "ผู้จัดการความร่วมมือ"

นายสุวิชญ โรจนวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่าในภาวะที่งบประมาณมีจำกัด รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้จ่ายเงินอุดหนุน" มาเป็น "ผู้จัดการความร่วมมือ" (Facilitator) โดยยกตัวอย่างโครงการ "ราชบุรี Zero Dropout" ที่ร่วมกับ บมจ.แสนสิริ ออกหุ้นกู้วงเงิน 100 ล้านบาทเพื่อป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา เป็นต้นแบบความสำเร็จที่นำไปสู่โครงการระดับชาติอย่าง Thailand Zero Dropout ในปัจจุบัน

ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบกว่า 1.3 ล้านคน และอยู่นอกระบบอีกกว่า 603,000 คน

การนำนวัตกรรม Pay for Success มาใช้จึงเป็นความหวังใหม่ในการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืนและคืนศักดิ์ศรีให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง