
แลนด์บริดจ์ปลุกความหวังส่งออกไทย ส.อ.ท.เชื่อเพิ่มศักยภาพแข่งขันภูมิภาค
ส.อ.ท. ชี้แลนด์บริดจ์ปลุกความหวังส่งออกไทย เชื่อเพิ่มศักยภาพแข่งขันภูมิภาค พร้อมเร่งหารือรัฐ-เอกชน ฟื้นกลไกเศรษฐกิจขับเคลื่อนประเทศ
KEY
POINTS
- สภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) มองว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสการส่งออกของประเทศ
- การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งระนองให้เป็นประตูการส่งออกแห่งใหม่ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับระบบโลจิสติกส์ของไทย
- หากโครงการสำเร็จจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ไทยเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน (Global Supply Chain) ของสินค้าในภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงมุมมองต่อโครงการแลนด์บริดจ์ว่า แม้จะยังเป็นโครงการระยะยาว แต่หากไทยมีระบบโลจิสติกส์ที่ดี และสามารถพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งระนองให้เป็นประตูการส่งออกได้ ก็จะช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสด้านการส่งออกของประเทศ
ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวเดินหน้าได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนให้ไทยเป็น Global Supply Chain ของสินค้าในภูมิภาคได้
ขณะที่กรณีแนวคิดการกำหนดเงื่อนไขหรือหลักประกันสำหรับการลงทุนของภาคเอกชนนั้น ยอมรับว่าเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เพราะมีทั้งมิติของการป้องกันความเสี่ยงของประเทศ และผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน
ส.อ.ท.ถกนายกฯวันนี้
นางพิมพ์ใจ กล่าวต่อไปอีกว่า วันนี้ (12 พ.ค. 69) จะนำคณะกรรมการ ส.อ.ท.เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อหารือประเด็นเศรษฐกิจ
โดยประเด็นหลักคือการขอรับการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand หรือ MiT) เพื่อรักษาและส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก หากคนไทยมั่นใจและซื้อสินค้าไทย จะเป็นการตอบโจทย์เศรษฐกิจได้มหาศาล
นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ให้กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง
“เชื่อว่าหาก กรอ. สามารถขับเคลื่อนงานได้เหมือนในอดีต จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและทำให้การดำเนินนโยบายระหว่างรัฐและเอกชนเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน”







