thansettakij
thansettakij
ลูกจ้างเฮ! รัฐออกประกาศแรงงาน รสก. เพิ่มสิทธิลาคลอด นาน 120 วัน

ลูกจ้างเฮ! รัฐออกประกาศแรงงาน รสก. เพิ่มสิทธิลาคลอด นาน 120 วัน

10 พ.ค. 69 | 09:59 น.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปรับปรุงประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ช่วยลูกจ้างครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร เพิ่มขึ้น ไม่เกิน 120 วัน

KEY

POINTS

  • กระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการแก้ไขประกาศเพื่อเพิ่มสิทธิวันลาคลอดสำหรับลูกจ้างหญิงในรัฐวิสาหกิจ
  • สิทธิการลาคลอดจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน โดยลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างในช่วงเวลาที่ลาเพิ่มขึ้น
  • การปรับปรุงสิทธิดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองแรงงานและสร้างความเท่าเทียมกับลูกจ้างภาคเอกชน

แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครรส.) เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้างเท่าเวลาที่ลาเพิ่มมากขึ้นตามประกาศฉบับใหม่

ทั้งนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า ที่ผ่านมาประกาศ ครรส. วันที่ 31 พฤษภาคม 2549 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2549 กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้างเท่าเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 90 วัน

ต่อมาประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 22 เมษายน 2567 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้างเท่าเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 98 วัน ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับสิทธิของลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 41 ซึ่งกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรได้ ไม่เกิน 120 วัน โดยมีสิทธิได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 60 วัน

จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิวันลาเพื่อคลอดบุตรและสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรตามประกาศดังกล่าว เพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองแรงงานของลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจ และให้เกิดความเท่าเทียมกับการคุ้มครองแรงงานของลูกจ้างภาคเอกชน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงได้กำหนดประเด็นรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ โดยมีประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. การแก้ไขเพิ่มเติมให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรเพิ่มขึ้น (ปัจจุบันมีสิทธิลา 98 วัน)

2. การแก้ไขเพิ่มเติมให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรเพิ่มขึ้น (ปัจจุบันมีสิทธิได้รับค่าจ้าง 98 วัน )

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อนายจ้าง ทำให้นายจ้างมีต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรเพิ่มขึ้นจาก 98 วัน ย่อมทำให้นายจ้างมีภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มภาระการบริหารจัดการด้านบุคลากร เนื่องจากการกำหนดสิทธิวันลาเพื่อคลอดบุตรและสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรเพิ่มขึ้น

แต่ในส่วนของลูกจ้างนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ เกี่ยวกับสิทธิวันลาเพื่อคลอดบุตรและสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรเป็นผลให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร รวมถึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ