thansettakij
thansettakij
สศช.เตือนตุนเงินงบประมาณ รับวิกฤตตะวันออกกลาง ต้องดูภาระหนี้-เรตติ้ง

สศช.เตือนตุนเงินงบประมาณ รับวิกฤตตะวันออกกลาง ต้องดูภาระหนี้-เรตติ้ง

27 เม.ย. 69 | 03:55 น.

สศช. เตือนจัดเตรียมงบประมาณและการใช้จ่าย รองรับวิกฤตตะวันออกกลาง ต้องทำให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการคลังของประเทศ ทั้งภาระหนี้ และการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อของประเทศ เป็นสำคัญ

KEY

POINTS

  • สศช. เสนอให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้ความสำคัญกับการเตรียมเงินสำรองไว้เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลาง
  • การเตรียมงบประมาณดังกล่าวต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานะการคลังของประเทศ โดยเฉพาะภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง
  • สศช. เตือนให้คำนึงถึงความเสี่ยงที่ประเทศอาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) จากสถาบันจัดอันดับระหว่างประเทศ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาคณะรัฐมนตรีเรื่อง แนวทางการจัดทำงบประมาณและการปรับปรุงปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเห็นว่า ในการจัดทำงบประมาณปี 2570 ควรต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมงบประมาณและการใช้จ่ายสำหรับรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วย

ทั้งนี้ สศช. เสนอว่า เห็นควรให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยให้ความสำคัญกับการตัดลดรายจ่ายที่ไม่สำคัญและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และคำนึงถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเตรียมงบประมาณไว้ สำหรับรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความเปราะบางและมีความไม่แน่นอนอยู่สูง 

แม้กระนั้นก็ตาม สศช. มีความเห็นเพิ่มเติมว่า การจัดเตรียมงบประมาณและการใช้จ่ายสำหรับรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการคลังของประเทศ โดยเฉพาะภาระหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์สูง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อ (Credit rating) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ

สำหรับแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นั้น สำนักงบประมาณ ได้กำหนดแนวทางโดยมุ่งเน้นดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชน รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังให้สามารถรองรับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2680) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ

ขณะเดียวกันการจัดทำงบประมาณเพื่อกระตุ้น สนับสนุน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด

พร้อมทั้งการสร้าง ความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ การปรับตัวและการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การป้องกันภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อส่งเสริมการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว 

เช่นเดียวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสวัสดิการที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำ คำนึงถึงมิติเพศภาวะ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐอย่างบูรณาการ โดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ในจัดทำงบประมาณต้องแม่นยำ ตรงเป้าหมาย และตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ยึดหลักการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero - Based Budgeting) โดยพิจารณาความจำเป็นเร่งด่วน ลำดับความสำคัญ และความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนินโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญในระดับต่ำ และลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อน 

โดยคำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รวมถึงศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณในปีที่ผ่านมา

ขณะที่การจัดทำแผนงาน/โครงการ กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจน หรือตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลจริง ซึ่งควรส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญและชัดเจน ตลอดจนมีการบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนเกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ

นอกจากนี้ในจัดทำงบประมาณต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอก งบประมาณ โดยให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณานำเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้ เงินสะสมคงเหลือมาดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณเป็นลำดับแรก 

รวมทั้งพิจารณาแหล่งเงินอื่น เพื่อดำเนินโครงการภาครัฐที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น เงินกู้ การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) การระดมทุนผ่านกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFFIF) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

อีกทั้งยังต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณมิติพื้นที่ (Area) ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา พื้นที่ ระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด และท้องถิ่น ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

อย่างไรก็ตามการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นไปตามหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยภาพรวมคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยรับงบประมาณปรับเพิ่มขึ้นไม่ควรเกิน 20% ของงบประมาณปีก่อน

โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นควรเป็นรายจ่ายลงทุน หรือรายจ่ายเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เว้นแต่ที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกพัน ที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายตามสิทธิ