
สภาพัฒน์ จัดทัพรับ OECD ประเมินไทย ตั้งเป้าร่วมวงสมาชิกก่อนปี 2573
สศช. หารือภาครัฐและเอกชน 47 หน่วยงาน เตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการประเมินทางเทคนิคกับ OECD ตั้งเป้าหมายไทยบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ก่อนปี 2573
KEY
POINTS
- สภาพัฒน์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับการประเมินจาก OECD โดยตั้งเป้าหมายให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ก่อนปี พ.ศ. 2573
- ประเทศไทยจะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ในปี 2569 ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการปรับกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD
- กระบวนการประเมินคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี (2569-2571) โดยมี สศช., กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้ประสานงานหลัก
- มีการพัฒนาระบบดิจิทัลกลางและขับเคลื่อนการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและสร้างความตระหนักรู้ในทุกภาคส่วน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช. ได้หารือร่วมกับนางสาวรุจิกร แสงจันทร์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ 3 หน่วยงาน จัดการประชุมหารือหน่วยงานรับผิดชอบในคณะกรรมการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประเมินการเข้าเป็นสมาชิกของไทย
ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ซึ่งเป็นขั้นสำคัญของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยมีนางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการ สศช. นางสาลินี ผลประไพ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 47 หน่วยงาน
นายดนุชา กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 การดำเนินการในปี 2568 ที่หน่วยงานไทยได้ประเมินตนเอง เพื่อจัดทำบันทึกเบื้องต้น (IM) จนเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายกรัฐมนตรีได้ยืนบันทึกเบื้องต้นให้กับรองเลขาธิการ OECD นับเป็นก้าวสำคัญของไทยที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จขั้นตอนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในปี 2569 ไทยจะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค ซึ่งจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างเข้มข้นระหว่างสำนักเลขาธิการ OECD กับหน่วยงานไทยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากการตอบแบบสอบถาม ภารกิจ Fact-finding Mission เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายงานภูมิหลังประเทศไทย เสนอคณะกรรมการ OECD เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะแก่ไทยในการปรับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ก่อนปี 2573
นายดนุชา กล่าวว่า ได้เน้นยํ้าความสำคัญของการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน OECD ที่จะประเมินการเข้าเป็นสมาชิกของไทย รวมประมาณ 52 คณะ โดยถือเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานไทยจะได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถามในที่ประชุม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD
รวมทั้งการดำเนินการหารือกับสำนักกฎหมาย OECD ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักในการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามภาพรวมความก้าวหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD นอกจากนี้ เลขาธิการ สศช. ยังสนับสนุนให้หน่วยงานไทยทำงานเชิงรุกร่วมกับ OECD เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างองค์ความรู้ และเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์กับ OECD อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิก OECD ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building) โดยส่งเสริมให้หน่วยงานไทยดำเนินการอย่างเชิงรุกและสร้างสรรค์ เพื่อเสริมความพร้อมด้านเนื้อหาและยกระดับการมีส่วนร่วมในกระบวนการประเมิน ซึ่งจะช่วยให้การเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
ส่วนด้านการสนับสนุนเชิงระบบ สคก. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดิจิทัลกลางเพื่อรองรับการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ในการตอบแบบสอบถาม ประสานงาน และจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ OECD อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้ภายในกลางปีนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มเดียวกันและลดความซํ้าซ้อน
ขณะเดียวกันหน่วยงานไทยจะเริ่มขับเคลื่อนการสื่อสารและสร้างความเข้าใจต่อบทบาทและผลกระทบของการเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งในระดับภาพรวมและบริบทเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในทุกภาคส่วน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นสมาชิก OECD อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
สำหรับการดำเนินการระยะถัดไป ฝ่ายเลขานุการ 3 หน่วยงานจะทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนการประเมินทางเทคนิคของหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าหมายว่าการประเมินทางเทคนิคจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี (2569- 2571) เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ก่อนปี 2573 เพื่อยกระดับมาตรฐานภายในประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล






