thansettakij
thansettakij
มติครม. ชัด นายกฯ สั่งการเองให้คลังศึกษาออก พ.ร.ก.กู้เงิน รองรับวิกฤต

มติครม. ชัด นายกฯ สั่งการเองให้คลังศึกษาออก พ.ร.ก.กู้เงิน รองรับวิกฤต

24 เม.ย. 69 | 10:57 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 69 | 10:57 น.

ผ่ามติครม. ล่าสุดพบรายงานข้อมูล นายกฯ อนุทิน สั่งการเองให้รองนายกฯ เอกนิติ ศึกษาออก พ.ร.ก.กู้เงิน รองรับวิกฤต รับสถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนสูง ประเทศไทยต้องเจอวิกฤตการณ์อีกหลายด้าน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมการตรา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้ารองรับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ 

ทั้งนี้ นายกฯ ได้เสนอว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ หลายด้าน ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ ประกอบกับการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570มีข้อจำกัดหลายประการ 

รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ ให้เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการลงทุนในด้านต่าง ๆ ด้วย ซึ่งการตราพระราชกำหนดกู้เงินก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้เพื่อการนี้ได้

ดังนั้น จึงขอมอบหมายให้รองนายกฯ นายเอกนิติ รับเรื่องนี้ไปศึกษา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงวงเงิน ระยะเวลา และขั้นตอนการตราพระราชกำหนดกู้เงิน ให้ครบถ้วนและชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า หากมีความจำเป็นก็จะดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็วและเท่าทันต่อสถานการณ์

 

ภาพประกอบข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลได้วางกรอบมาตรการเชิงรุกไว้ล่วงหน้า หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเครื่องมือทางการคลังรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย

"การเตรียมกู้เงินไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ทันทีทั้งหมด แต่เป็นการสร้างความพร้อมด้านสภาพคล่องทางการคลัง เพื่อให้รัฐสามารถเบิกจ่ายได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ" นายเอกนิติ ระบุ
 

สำหรับกรอบเวลาการออก พ.ร.ก.กู้เงิน จะพิจารณาจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ของเงินกู้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

1. การบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อ

2. การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งในด้านพลังงานและตลาดแรงงาน เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว