thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ ยังไม่ขยับเพดานหนี้สาธารณะ มีช่องกู้ได้อีก 8 แสนล้าน

‘เอกนิติ’ ยังไม่ขยับเพดานหนี้สาธารณะ มีช่องกู้ได้อีก 8 แสนล้าน

21 เม.ย. 69 | 02:45 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 69 | 02:50 น.

‘เอกนิติ’ ยังไม่ขยับเพดานหนี้สาธารณะ มีช่องกู้ได้อีก 8 แสนล้านบาท พร้อมแจง 3 เครดิตเรตติ้ง ไทยเน้นกู้เงินอุ้มกลุ่มเปราะบางพ้นวิกฤตพลังงาน ยึดกรอบการคลังระยะปานกลาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้พิจารณากรอบวินัยการคลัง โดยเฉพาะประเด็นเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 66% ของ GDP เท่านั้น 

สะท้อนว่ายังมี “พื้นที่การคลัง” เหลืออยู่อีกประมาณ 4% หรือคิดเป็นวงเงินราว 800,000 ล้านบาท โดยทุก ๆ 1% ของ GDP จะคิดเป็นวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท

“ตราบใดที่รัฐบาลยังกู้ หรือก่อหนี้ใหม่ไม่ถึง 800,000 ล้านบาท ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะขึ้นจากระดับปัจจุบัน”

ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ได้มีโอกาสหารือกับผู้บริหารของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  1. Fitch Ratings
  2. S&P Global Ratings
  3. Moody’s Investors Service

ซึ่งสถาบันเหล่านี้ไม่ได้แสดงความกังวลต่อระดับการกู้ยืมของไทย แต่ให้ความสำคัญกับ “วัตถุประสงค์ของการใช้เงินกู้” มากกว่า

โดยกระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่า การกู้เงินในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทน (Transition) รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ (Transformation) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยึดมั่นในกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework) และรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะที่รูปแบบการกู้เงินว่าจะดำเนินการผ่านพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินหรือไม่ และจะกำหนดวงเงินเท่าใดนั้น ยังอยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องต่อไป