
'เอกนิติ' พร้อมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เม.ย.-ก.ย.นี้ ยันไม่เพิ่มเพดานหนี้
รองนายกฯ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ยอมรับรัฐบาล พร้อมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ช่วงเม.ย.-ก.ย.นี้ รับมือวิกฤตพลังงาน ยันไม่เพิ่มเพดานหนี้ มีช่องกู้ได้อีก 8 แสนล้านบาท
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงินวงเงินสูงสุด 5 แสนล้านบาท ในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน เพื่อเป็นเครื่องมือรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
- วัตถุประสงค์หลักของเงินกู้คือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพื่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
- กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจากระดับ 70% ของ GDP เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการคลังเพียงพอ
22 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้วางกรอบมาตรการเชิงรุกไว้ล่วงหน้า หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเครื่องมือทางการคลังรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)
สำหรับกรอบเวลาการออกพ.ร.ก.กู้เงิน จะพิจารณาจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2569 ทั้งนี้ การเตรียมกู้เงินไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ทันทีทั้งหมด แต่เป็นการสร้างความพร้อมด้านสภาพคล่องทางการคลัง เพื่อให้รัฐสามารถเบิกจ่ายได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ
สำหรับวัตถุประสงค์ของเงินกู้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1. การบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
2. การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งในด้านพลังงานและตลาดแรงงาน เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
“การเตรียมกู้ไว้ก่อนมีความจำเป็นดีแล้ว เนื่องจากหากไม่ดำเนินการและปล่อยให้เศรษฐกิจหดตัว จะสร้างความเสียหายมากกว่าทั้งในเชิงรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม" นายเอกนิติ ระบุ
นายเอกนิติ ยืนยันว่า ในมิติของวินัยการคลัง รัฐบาลยังคงยืนยันไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจากระดับ 70% ของ GDP ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการคลังเหลืออยู่เกือบ 800,000 ล้านบาท เพียงพอรองรับการกู้เงินตามกรอบ พ.ร.ก. ที่วางไว้
ขณะเดียวกันยังไม่มีแผนใช้มาตรการค้ำประกันกองทุนน้ำมันวงเงิน 150,000 ล้านบาทในระยะนี้ เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เตรียมแหล่งเงินอื่นรองรับเพิ่มเติม ได้แก่ งบกลางวงเงิน 25,000 ล้านบาท การจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 80,000–100,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการเบิกจ่ายชัดเจนหลังวันที่ 30 เมษายน 2569 รวมถึงทุนสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินอีก 50,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในการจัดทำงบประมาณปี 2570 กระทรวงการคลังยังคงกรอบรายจ่าย รายรับ และระดับการขาดดุลตามเดิม แต่ได้เตรียมตั้งงบชำระเงินคงคลังจำนวน 70,000 ล้านบาท เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริหารงบประมาณภายใต้ พ.ร.บ.โอนงบปี 2569







