
รัฐบาลจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบ 5 แสนล้าน รับวิกฤต รอขยายเพดานหนี้สาธารณะ
รองนายกฯ ปกรณ์ รับรัฐบาลเตรียม ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หลังขยายเพดานหนี้สาธารณะสูงขึ้นจาก 70% ต่อจีดีพี
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในกรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ
- การกู้เงินจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะก่อน เนื่องจากปัจจุบันหนี้สาธารณะของประเทศใกล้เต็มเพดานแล้ว
- เงินกู้ที่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน และหลังออกเป็น พ.ร.ก. แล้วจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
20 เมษายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินรองรับสถานการณ์วิกฤต ว่า ในการออกพ.ร.ก.จะเป็นไปตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ คือมีกรณีที่ต้องมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ว่าก่อนที่จะไปดำเนินการตรงนั้นก็ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 โดยขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศขึ้นไปเสียก่อน เพราะว่าขณะนี้หนี้สาธารณะใกล้จะชนเพดานแล้ว
"ถ้าพอยกระดับตรงนั้นขึ้นไปแล้วก็สามารถที่จะกู้เงินกันได้ก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร ซึ่งเราก็เคยทำมาแล้วเมื่อสมัยตอนโควิด โดยขณะนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ทางการคลังของประเทศเราค่อนข้างตึงตัว และในส่วนของวงเงินกู้ตัวเลขที่แน่นอนต้องถามทางกระทรวงการคลังก่อนซึ่งตนไม่แน่ใจ โดยการขออนุมัติกู้เงินจะเป็นลักษณะของการตั้งกรอบวงเงินกู้ไว้ สมมติว่าตั้งไว้ 500,000 ล้านบาท เวลาไปกู้จริงอาจจะไม่ถึงกรอบที่ตั้งไว้ก็ได้" นายปกรณ์ ระบุ
สำหรับเพดานหนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่จะขยายเป็น 70% หรือ 75% หรือไม่นั้น รองนายกฯ ยอมรับว่า ไม่แน่ใจ และต้องไปสอบถามกระทรวงการคลังอีกครั้ง และหลังจากออก พ.ร.ก. เรียบร้อยแล้ว ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรด้วย
ส่วน พ.ร.ก.กู้เงินจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. )ในวันที่ 21 เม.ย.นี้หรือไม่นั้น รองนายกฯ ระบุว่า ล่าสุดยังไม่เห็นเรื่องแต่ในหลักการคงไม่น่ามีประเด็นอะไรน่ากังวล เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าถ้าได้เงินมาแล้วต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เงินเพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจจากกรณีภาวะวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในตอนนี้ โดยรัฐบาลจะต้องวางแผนการใช้เงินให้เกิดผลคุ้มค่า
นายปกรณ์ กล่าวว่า ในขั้นตอนการดำเนินการจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะนำเงินไปทำอะไรบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับวินัยทางการเงินซึ่งสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณปีงบประมาณ 2569 โดยตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.เท่านั้น ไม่สามารถออกเป็น พ.ร.ก.ได้ เพื่อนำเงินที่ยังไม่ได้ใช้ในโครงการต่างๆ มารวบรวมแล้วมาใช้ประโยชน์ต่อไปตามขั้นตอนต่อไป







