
"แอฟริกา...ไม่ใช่ความกลัว" DITP ทัพหน้าดันดิจิทัลไทยสู่แอฟริกา
สงครามการค้า และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง "น่านน้ำใหม่" (New Blue Ocean) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ "ทางรอด" ของเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำทัพผู้ประกอบการด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี 14 บริษัท บุกเบิกตลาดใหม่ในทวีปแอฟริกา เพื่อเปลี่ยนมุมมองและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
- ปักหมุดเชิงยุทธศาสตร์ที่ประเทศเคนยา ซึ่งเป็นประตูสู่แอฟริกาตะวันออก และโมร็อกโก ที่เป็นประตูเชื่อมสู่ตลาดยุโรป
- นำเสนอศักยภาพซอฟต์แวร์และดิจิทัลโซลูชันของไทยในโครงการเมืองอัจฉริยะ "Konza Technopolis" และเตรียมจัดตั้ง Thailand Pavilion ในงาน GITEX Africa เป็นครั้งแรก
- ประสบความสำเร็จในการจับคู่ธุรกิจ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 465 ล้านบาท พร้อมส่งเสริม Soft Power อาหารไทยควบคู่กันไป
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำทัพของ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือที่เหล่าผู้ประกอบการมักเรียกขานด้วยความคุ้นเคยว่า “พี่น้อง” ได้เร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ล่าสุดกับภารกิจประวัติศาสตร์ในการนำทัพผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลระดับหัวกะทิของไทย 14 บริษัท บินข้ามทวีปไปปักธงในแอฟริกาตะวันออกอย่าง "สาธารณรัฐเคนยา" และต่อเนื่องไปยัง "ราชอาณาจักรโมร็อกโก" ในแอฟริกาเหนือ
"ฐานเศรษฐกิจ" มีโอกาสเจาะลึกวิสัยทัศน์และเบื้องหลังภารกิจสำคัญครั้งนี้ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการพาเอกชนไป "ขายสินค้า" แต่คือการเข้าไปวางรากฐาน สร้าง “ระบบนิเวศการค้าไทย” (Trade Ecosystem) ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทวีปที่เป็นขุมทรัพย์แห่งอนาคต
ทลายกำแพงความเชื่อเดิม...เมื่อ "แอฟริกา" คือขุมทรัพย์ 1,400 ล้านคน
เมื่อพูดถึง “แอฟริกา” ภาพจำของคนไทยหรือแม้นักธุรกิจส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้นความห่างไกล ความยากลำบาก โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พัฒนา หรือปัญหาความไม่สงบ แต่อธิบดีสุนันทามองทะลุผ่านภาพลวงตาเหล่านั้น พร้อมย้ำชัดว่า นั่นคือ “ภาพจำเก่าๆ” ที่บดบังโอกาสมหาศาลทางธุรกิจ
"คนไทยส่วนใหญ่มักจะมองว่าแอฟริกามันไกล มันยากลำบาก และไม่สะดวก อันนั้นเป็นภาพที่เรารู้สึกกันมาในอดีตนะคะ แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ ถ้าได้มาสัมผัส แอฟริกาพัฒนาขึ้นเยอะมากแบบก้าวกระโดด ทวีปนี้มี 54 ประเทศ ประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน ถือเป็นอันดับ 2 ของโลก สิ่งสำคัญคือเขามีกลุ่มคนชั้นกลาง (Middle Class) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีกำลังซื้อ และมีสัดส่วนประชากรวัยหนุ่มสาวสูงมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา"
อธิบดีสุนันทา ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างประชากรที่เป็นข้อมูลสำคัญ การปักหมุดยุทธศาสตร์ที่ สาธารณรัฐเคนยา จึงเป็นก้าวแรกที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างถี่ถ้วน เพราะเคนยาไม่ได้เป็นเพียงประเทศหนึ่งในทวีป แต่คือ "Hub" หรือประตูสู่อาณาบริเวณแอฟริกาตะวันออก (East African Gateway) และเป็นฟันเฟืองสำคัญในกลุ่มเศรษฐกิจ COMESA (ตลาดร่วมแห่งแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้) โดยเคนยามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากมหาอำนาจทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามา
จาก ‘กรมส่งเสริมการส่งออก’ สู่ ‘ประตูด่านหน้า’ ของทุกโอกาส
ในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและภาคบริการ (Service-driven Economy) บทบาทของ DITP ในวันนี้ถูกยกระดับและขยายขอบเขตไปไกลกว่าการจัดตั้งคูหางานแสดงสินค้าทั่วไป อธิบดีสุนันทาอธิบายถึงการ Transformation องค์กร ให้กลายเป็น Business Partner ที่พร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกมิติของการแข่งขัน
"หลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจงานของกรมในยุคปัจจุบัน เมื่อก่อนเราชื่อกรมส่งเสริมการส่งออก คนเลยติดภาพจำว่าเราช่วยแค่โปรโมทสินค้าที่เป็น Physical Product แต่จริงๆ เราปรับบทบาทมานานแล้ว เพราะเราถือหลักการว่า ‘การส่งเสริมการค้าคือทุกอย่างที่สร้างรายได้เข้าประเทศ’ เราพร้อมซัพพอร์ตหมด ไม่ใช่แค่พาไปจัดงานแฟร์ แต่เราเจาะลึกทำทั้งเรื่อง ซอฟต์แวร์ ดิจิทัลคอนเทนต์ ธุรกิจบริการ มวยไทย แฟรนไชส์ ไปจนถึงงานด้านดีไซน์"
ในภารกิจบุกแอฟริกาครั้งนี้ DITP ทำหน้าที่เป็นทั้ง “ตัวกรอง” (Filter) และ “สะพานเชื่อม” (Bridge) ที่คัดสรรพาร์ทเนอร์และคู่ค้าตัวจริงเสียงจริงในท้องถิ่นมาให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาธุรกิจ (Business Matching) โดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุก เมื่อเพียงวันแรกของการเจรจาธุรกิจที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ซึ่งมีนักธุรกิจเคนยาตบเท้าเข้าร่วมกว่า 73 ราย สามารถสร้างมูลค่าการค้าคาดการณ์ได้สูงถึง 165 ล้านบาท
บุก ‘Konza’ ซิลิคอน ซาวานา "ซอฟต์แวร์ไทย" บนเวทีโลก
ไฮไลต์สำคัญที่ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจมูลค่าสูง (High-Value Economy) คือการลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ Konza Technopolis หรือที่ทั่วโลกขนานนามว่า "Silicon Savannah" มหานครอัจฉริยะ (Smart City) แห่งอนาคตบนพื้นที่กว่า 5,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ชาติ Kenya's Vision 2030 การที่อธิบดีสุนันทา นำ 14 บริษัทเทคโนโลยีของไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมตั้งแต่ AgriTech, FinTech, Cybersecurity, Cloud Solutions ไปจนถึง Border Management เข้าไปเจาะลึกถึงแกนกลางการพัฒนาของเคนยานั้น ถือเป็นการประกาศศักดาของวงการไอทีไทย
"เราค้นพบว่าคนไอทีของประเทศไทยเก่งมากนะคะ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเราทำเบื้องหลัง (Back-end) หรือรับจ้างผลิตให้บริษัทระดับโลกมาโดยตลอด ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะพาเขาออกมาอยู่เบื้องหน้า ยืนหยัดด้วยแบรนด์ของตัวเอง เพราะซอฟต์แวร์ของเรามีความน่าเชื่อถือ (Reliable) เสถียรภาพสูง ในขณะที่ราคาเข้าถึงได้ (Cost-effective) และที่สำคัญคือคนไทยมีความยืดหยุ่น (Agile) พร้อมปรับแต่งโซลูชันตามความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งนี่คือจุดแข็งและแต้มต่อที่ทำให้เราสู้กับคู่แข่งระดับโลกได้"
ความเชี่ยวชาญของไทยได้รับการต้อนรับอย่างเหนือความคาดหมายจากภาครัฐของเคนยา โดยเฉพาะโซลูชันด้านการจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data Center และการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ซึ่งสอดรับกับความต้องการของ Konza Technopolis พอดี สะท้อนจากการที่รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีของเคนยา ให้เกียรติเดินทางมาเจรจากับคณะของไทยด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันเจตนารมณ์และความพร้อมที่จะเปิดประตูร่วมงานกับภาคเอกชนไทยในระดับประเทศ นางสาวสุนันทากล่าว
ปักธง Thailand Pavilion ณ โมร็อกโก ประตูบานใหญ่สู่ยุโรป
ไม่เพียงหยุดแค่แอฟริกาตะวันออก ทัพหน้าของ DITP ยังนำคณะเดินทางข้ามทวีปสู่เมืองมาร์ราเกซ ราชอาณาจักรโมร็อกโก เพื่อเข้าร่วมงาน GITEX Africa 2026 งานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
“นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยจะเปิดคูหา Thailand Pavilion อย่างเป็นทางการในงานนี้ เพื่อโชว์ศักยภาพดิจิทัลโซลูชันแบบเต็มรูปแบบสู่สายตานักลงทุนชาวแอฟริกันและยุโรป เป้าหมายของ DITP ในโมร็อกโกนั้นลึกซึ้งกว่าแค่การหาลูกค้า เพราะโมร็อกโกมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับยุโรปและสหรัฐฯ จึงเปรียบเสมือนสปริงบอร์ดชั้นยอดที่จะกระโดดเข้าสู่ตลาดยุโรปและภูมิภาคตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ (MENA)”
กรมฯ ตั้งเป้ามูลค่าการค้าจากการรุกตลาดโมร็อกโกผ่านงานนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการไทย 14 บริษัท ต่างยืนยันตรงกันว่า การเดินทางมาเปิดตลาดในดินแดนใหม่ภายใต้ปีกการนำของภาครัฐอย่าง DITP ช่วยทลายข้อจำกัด ลดความกังวลเรื่องความปลอดภัย และสร้าง "ความน่าเชื่อถือ" (Trust) ในสายตาคู่ค้าต่างชาติได้อย่างมหาศาล
Soft Power และยุทธศาสตร์เสิร์ฟ "อาหารไทย" สู่ครัวแอฟริกา
นอกเหนือจากการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง DITP ยังไม่ละทิ้งอาวุธหนักที่เป็น Soft Power ทรงพลังที่สุดของชาติอย่าง “อาหารไทย” อธิบดีสุนันทาได้นำทีมลงพื้นที่สำรวจตลาดเจาะลึกถึงชั้นวางสินค้า (Shelf) ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของทั้งสองประเทศ เช่น Carrefour รวมไปถึงร้านค้าส่งขนาดใหญ่ในโมร็อกโก
จากการลงพื้นที่พบว่า แม้คนท้องถิ่นจะรู้จักและชื่นชอบอาหารไทย แต่การหา "เครื่องปรุงแท้ๆ" ยังเป็นเรื่องยากลำบาก สิ่งที่วางขายส่วนใหญ่เป็นของลอกเลียนแบบจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่สากล อธิบดีฯจึงได้มอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้กับร้านอาหารไทย 2 แห่งในมาร์ราเกซ ได้แก่ ร้าน Le Piti Thai และ ร้าน Eat Me Kesh ซึ่งทั้งสองร้านดำเนินกิจการโดยคนไทยที่ตั้งใจรักษารสมือไทยแท้ๆ
"เราต้องการสร้างและปกป้องมาตรฐานอาหารไทยในต่างประเทศให้มีรสชาติไทยแท้ (Authentic Thai) เพราะตอนนี้เราต้องยอมรับว่าเราถูกลอกเลียนแบบเยอะมากจากคนชาติอื่น การที่เรามอบตรา Thai SELECT ให้ ไม่ใช่แค่ให้ใบประกาศ แต่คือการการันตีว่าร้านนี้ใช้วัตถุดิบ (Ingredients) จากประเทศไทยอย่างน้อย 80% ซึ่งนโยบายนี้จะส่งผลสะท้อนกลับมาช่วยหนุนการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าเกษตรจากเมืองไทยโดยตรง"
เพื่อแก้ปัญหาคอขวด (Bottleneck) เรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างเบ็ดเสร็จ อธิบดีสุนันทาได้ใช้กลยุทธ์ "ตีเมืองขึ้น" ด้วยการเชิญและอำนวยความสะดวกให้เจ้าของร้านค้าส่งวัตถุดิบรายใหญ่ในแอฟริกา บินตรงมาร่วมงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดอย่าง THAIFEX - Anuga Asia ที่ประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเจรจาซื้อขายกับผู้ผลิตไทยโดยตรง เป็นการตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง และผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ระบบ Supply Chain ของแอฟริกาอย่างเต็มตัว
ก้าวต่อไปของไทยในแอฟริกา
ภารกิจบุกตะลุยแอฟริกาตะวันออกจรดแอฟริกาเหนือในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก หากภาครัฐทำหน้าที่เป็นผู้ "เปิดประตู" (Open the door) สร้างความสัมพันธ์ และภาคเอกชนมีความกล้าที่จะเดินตาม โอกาสแห่งความมั่งคั่งย่อมรออยู่เสมอ
อธิบดีสุนันทา ทิ้งท้ายบทสนทนากับ "ฐานเศรษฐกิจ" ด้วยประกายตาแห่งความมุ่งมั่นว่า การเยือนเคนยาและโมร็อกโกเป็นเพียงบทปฐมทัศน์ของยุทธศาสตร์การรุกตลาดโลก
"แอฟริกาเป็นดินแดนแห่งโอกาสมากๆ ค่ะ แต่ในโลกใบนี้ยังมีตลาดใหม่ๆ อีกหลายแห่งที่เราต้องไปปักธง กรมฯ มีกลไกสำคัญคือ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ ถึง 58 แห่งทั่วโลกที่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เต็มที่ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทายแบบนี้ ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อเป็นหลังพิงที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการไทย"
ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการทำงานที่ฉับไวสไตล์ภาคเอกชน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ในวันนี้ จึงสลัดคราบหน่วยงานราชการแบบเดิมๆ สู่การเป็น "หุ้นส่วนทางธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์" ที่พร้อมจะนำพานักลงทุนและผู้ประกอบการไทย ทะยานออกไปสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและประกาศศักยภาพในทุกมุมโลกอย่างแท้จริง.







