thansettakij
thansettakij
สว.จ่อชงรัฐแก้วิกฤตหนี้ เสนอเพิ่ม VAT 10% รีดภาษีหุ้น-ทอง ขยายเกษียณ 65 ปี

สว.จ่อชงรัฐแก้วิกฤตหนี้ เสนอเพิ่ม VAT 10% รีดภาษีหุ้น-ทอง ขยายเกษียณ 65 ปี

20 เม.ย. 69 | 06:34 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 06:49 น.

กมธ.เศรษฐกิจ วุฒิสภา จ่อเสนอมาตรการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ แก้ไขปัญหาวิกฤตการคลังและรับมือหนี้สาธารณะ เสนอขึ้น VAT เป็น 10% เก็บภาษีขายหุ้น-ทองคำ ปรับภาษีที่ดิน และบี้แพลตฟอร์มข้ามชาติ พร้อมนโยบายขยายเกษียณ 65 ปี

KEY

POINTS

  • คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจฯ ของวุฒิสภาเตรียมเสนอแนวทางปรับโครงสร้างภาษีให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อแก้ไขวิกฤตการคลังและหนี้สาธารณะที่จ่อทะลุเพดาน
  • ข้อเสนอหลักคือการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% และให้เริ่มจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นและทองคำ
  • เสนอให้ขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 65 ปี ภายในปี 2573 เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสร้างความยั่งยืนทางการคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 21 เมษายน 2569 นี้ ที่ประชุมวุฒิสภาเตรียมพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง “แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย” ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ที่มีนายกัมพล สุภาแพ่ง เป็นประธาน

หากได้รับความเห็นชอบจะส่งข้อเสนอต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการเพื่อแก้ไขวิกฤตการคลังในระยะยาวต่อไป

สัญญาณอันตราย! หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน

รายงานฉบับดังกล่าวระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลเผชิญปัญหาขาดดุลการคลังต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการขาดดุลงบประมาณเฉลี่ยถึง 4% ของ GDP ซึ่งสูงกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3%

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2570-2572 สัดส่วนหนี้สาธารณะมีความเสี่ยงสูงที่จะพุ่งชนหรือทะลุเพดานหนี้ ทำให้รัฐต้องกู้เงินมาชดเชยการขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เปิด 5 มาตรการเด็ด รีดรายได้เข้าคลัง

กมธ.เศรษฐกิจฯ ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีครอบคลุม 5 ด้านหลัก เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง ดังนี้:

1. ภาษีฐานการบริโภค: เสนอ ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% เพื่อนำรายได้มาพัฒนาสวัสดิการรัฐรองรับสังคมสูงวัย,

นอกจากนี้ยังเสนอให้จัดเก็บภาษีจากการขายหุ้น และภาษีซื้อ-ขายทองคำทุกระบบ ทั้งทองคำจริงและทองคำบนแพลตฟอร์ม (Paper Gold)

รวมถึงยกเลิกเกณฑ์ยกเว้น VAT สำหรับธุรกิจที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

2. ภาษีฐานรายได้: บี้เก็บภาษีจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขาย และเก็บภาษีนิติบุคคลต่างชาติ (เช่น TikTok, Alibaba, eBay) ในอัตรา 20% แม้ไม่มีสถานประกอบการในไทย

พร้อมทั้งเตรียมใช้หลัก Global Minimum Tax อย่างน้อย 15% ภายในปี 2570

3. ภาษีฐานทรัพย์สิน: เพิ่มอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า และขยายฐานภาษีป้ายให้ครอบคลุมป้ายนอกอาคารทุกประเภท รวมถึง “ป้ายอวยพรของนักการเมือง” ในช่วงเทศกาลต่างๆ

พร้อมทบทวนกฎหมายภาษีมรดกให้เสียภาษีภายใน 150 วันนับจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต

4. ยกระดับองค์กรสรรพากร: เสนอใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และยกระดับกรมสรรพากรให้เป็น “องค์กรจัดเก็บภาษีแห่งชาติ” ที่มีบอร์ดบริหารอย่างอิสระ เพื่อลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

5. สวัสดิการและแรงงาน: เสนอ ขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 65 ปี ภายในปี 2573 และเพิ่มค่าลดหย่อนบุตรเป็นคนละ 500,000 บาท เพื่อกระตุ้นการเกิดและแก้ปัญหาสังคมสูงวัย,

ชูนวัตกรรม "ลอตเตอรี่ใบเสร็จ" ดึงคนเข้าระบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือข้อเสนอ “ลอตเตอรี่ใบเสร็จไทย” เพื่อจูงใจให้ประชาชนขอใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) จากร้านค้า

และนโยบาย Home Town Tax ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนจ่ายภาษีบริจาคให้ท้องถิ่นที่ตนเองต้องการเพื่อพัฒนาบ้านเกิด