
จับตา ศธ. ถก กสศ. ลุยนโยบายเรียนฟรีมีจริง-ทุน ODOS แก้เด็กหลุดระบบ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นัดถก กสศ. วันนี้ มุ่งเป้าเรียนฟรีมีอยู่จริง เร่งสกัดวิกฤตเด็กหลุดระบบ พร้อมเดินหน้าทุน ODOS และชูแผนผลิตครูระบบปิด
KEY
POINTS
- กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประชุมร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา
- กสศ. ชี้ว่านโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังมี "ต้นทุนแฝง" เฉลี่ยปีละกว่า 9,000 บาท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กยากจนหลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อชั้น ม.3
- แนวทางแก้ไขที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพทุนการศึกษา ODOS และผลักดันนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดนโยบาย "เรียนฟรี มีจริง"
จับตาวันนี้ (16 เม.ย. 69) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมราชวัลลภ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีกำหนดการประชุมหารือร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา
โดยประเด็นสำคัญที่จะมีการพิจารณาคือแนวทางการสนับสนุน ทุนการศึกษา ODOS (One District One Scholarship) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
รวมถึงการพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับการ ผลิตครูในระบบปิด เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ตรงจุด
วิกฤต "เรียนฟรีไม่จริง" และปมเด็กหลุดระบบ
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อมูลจาก กสศ. ที่ระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยพบว่านโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังมี "ต้นทุนแฝง" เฉลี่ยสูงถึงปีละ 9,420 บาท ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กยากจนพิเศษต้องหลุดออกจากระบบ
โดยเฉพาะช่วงรอยต่อชั้น ม.3 ที่พบว่ามีนักเรียนถึง 18.5% หรือกว่า 31,000 คน ไม่ได้เรียนต่อเนื่องจากภาระทางเศรษฐกิจ
ซึ่งก่อนหน้านี้ กสศ. ดำเนินแนวทาง "Thailand Zero Dropout" เพื่อดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบและสร้างเส้นทางพัฒนาทักษะอาชีพที่ยืดหยุ่น
กางนโยบาย "ประเสริฐ" ปฏิรูปศึกษาไทย
สำหรับนโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการในยุคของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาไว้นั้น มุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทุนมนุษย์และโครงสร้างการศึกษาผ่าน 5 แผนยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้:
1.ผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่: เพื่อปฏิรูปโครงสร้างให้ทันสมัยและยืดหยุ่น โดยตั้งเป้าให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้
2. จัดตั้ง "ซูเปอร์บอร์ด" (Human Capital Super Board): โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อดึงภาคเอกชนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาร่วมออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ตั้งเป้าผลิตบุคลากรทักษะสูง 1 ล้านคนใน 5 ปี
3. ลดภาระครูและคืนครูสู่ห้องเรียน: นำเทคโนโลยี AI มาใช้ลดงานเอกสารและงานพัสดุ พร้อมนำร่องระบบ "ครัวกลาง" จัดการอาหารกลางวันแทนการให้ครูไปจ่ายตลาดเอง
4. ลดความเหลื่อมล้ำและค่าใช้จ่ายแฝง: ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับงบขั้นต่ำที่เพียงพอ
พร้อมสั่งการให้สถานศึกษา ลดค่าบำรุงการศึกษา ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน และไม่บังคับซื้อชุดลูกเสือเต็มยศเพื่อลดภาระผู้ปกครอง
5. ความปลอดภัยในสถานศึกษา: จัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน" และดูแลระบบความปลอดภัยของอาคารสถานที่เชิงรุกร่วมกับนักศึกษาอาชีวะ
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่รับรองประสบการณ์จริงเป็นวุฒิการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
โดยมาตรการทั้งหมดนี้ นายประเสริฐย้ำว่าเป็นเพียงก้าวแรกในการพยุงครอบครัวไทยภายใต้วิสัยทัศน์ "เรียนฟรี มีจริง"







