
รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน 'ฟรีวีซ่า' ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน
'สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล' รมว.การท่องเที่ยวฯ ประกาศพร้อมคุยกระทรวงการต่างประเทศทบทวนฟรีวีซ่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยืนยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ชี้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่ทำเรื่องนี้ พร้อมจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา
KEY
POINTS
- กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมทบทวนนโยบาย "ฟรีวีซ่า" สำหรับกว่า 90 ประเทศ โดยอาจลดระยะเวลาพำนักจาก 60 วัน ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
- การทบทวนฟรีวีซ่ามีเป้าหมายเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ และป้องกันปัญหาชาวต่างชาติที่ใช้ช่องว่างเข้ามาลักลอบทำงานหรือทำสิ่งผิดกฎหมาย
- รัฐบาลยืนยันเดินหน้านโยบายเก็บเงิน "ค่าเหยียบแผ่นดิน" จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างแน่นอน
- รายได้จากค่าเหยียบแผ่นดินจะนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และจัดทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยวโดยตรง
10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงต่างประเทศ กำลังศึกษาเบื้องต้นเพื่อทบทวนการยกเว้นวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 90 ประเทศ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงเข้ามาในประเทศ
“เรื่องฟรีวีซ่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ได้เก็บข้อมูลพร้อมทั้งศึกษาถึงแนวทางว่า การที่นักท่องเที่ยวเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่” นายสุรศักดิ์ ระบุ
นายสุรศักดิ์ อธิบายว่า นักท่องเที่ยวที่เที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วัน คิด 90% หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนว่า การทบทวนระยะเวลาของการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้น จำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ
ทั้งนี้เห็นว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่เกินนานไป เริ่มจะไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยว เพราะจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เข้ามาแย่งงานคนไทย เริ่มมีนอมินีในบางประเด็น รวมถึงการเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ ก็ระบุชัดว่าการที่จะลดเวลา 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนที่เหลือเกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันก็มีวีซ่าอีกประเภทหนึ่งครับที่เรียกว่า Destination Thailand Visa หรือ DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน
“การดำเนินการดังกล่าวจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่กำกับเวลา เพราะในที่สุดประเทศต่าง ๆ ที่เคยได้ฟรีวีซ่าเองก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ เพราะเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ และสร้างรายได้มากกว่าปริมาณ สิ่งนี้เป็นกลไกหนึ่งที่กระทรวงจะต้องทำ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ส่วนประเด็นเรื่องการเตรียมจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวนั้น เห็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม โดยจะมีเงินเข้ามายังกองทุนเพื่อดูแลการท่องเที่ยวและการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ซึ่งถ้ามีกองทุนแล้วก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ เพราะมีประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยว
รมว.การท่องเที่ยวฯ เชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะเกิดความเชื่อมั่น ส่วนเงินที่ได้ก็นำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ห้องสุขา และความปลอดภัย หรือนำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมจำนวนมากเป็นรายหัวต่อไป
ขณะที่การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยวนั้น ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูง และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี โดยมุ่งเน้นไปสู่การใช้ระบบการขนส่งมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ถือเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันทันที
พร้อมกันนี้รัฐบาลจะปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใหม่ โดยให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการด้านวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาต่างหาก เพราะเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน ส่วนการแยกกีฬาออกมานั้น จะสามารถทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางที่ดีขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศจะได้รับการพัฒนาได้อย่างชัดเจน
ส่วนข้อห่วงใยของวุฒิสภาเรื่องของสนามกีฬาร้างในหลาย ๆ จังหวัด รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามกีฬาที่ร้างให้มาใช้งานได้ ซึ่งการแก้ไขไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเรื่องการถ่ายโอน เรื่องเจ้าของที่ โดยหลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง
ขณะที่เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬา ก็เห็นด้วยว่า วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ต้องพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจนักกีฬา
“เรื่องการกีฬา รัฐบาลจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่าง ๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มค่ากับการจัด คุ้มค่าหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดี ๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก” รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว







