
‘จุลพันธ์’ กางนโยบาย จ่อลดเงินประกันสังคม-ตั้งบอร์ดใหม่ ช่วยแรงงาน 45 ล้านคน
‘จุลพันธ์’ โชว์วิสัยทัศน์กลางสภาฯ ยันกระทรวงแรงงานดูแลคนไทย 45 ล้านคน สั่งเร่งศึกษาลดเงินสมทบประกันสังคม จับมือกระทรวง อว.-ศึกษา-เกษตร ปั้นแรงงานไฮเทค ดึงผีน้อยคืนระบบ สางทุจริตบอร์ดประกันสังคม ลั่นเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดใหม่ปลายปี 69
KEY
POINTS
- รมว.แรงงาน สั่งการให้ศึกษาแนวทางลดเงินสมทบประกันสังคม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มกำลังซื้อให้กับแรงงาน
- ยืนยันจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคมชุดใหม่ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยใช้กลไกเดิม
- นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการดูแลแรงงานทั้งในและนอกระบบประกันสังคมรวมประมาณ 45 ล้านคน
10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้อภิปรายในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่า กระทรวงแรงงานถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลประชาชนภาคแรงงานกว่า20 กว่าล้านคน ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 33 ทั้งนี้ยังมีแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบอีกราว 20 ล้านคนจากประชาชนคนไทยกว่า 45 ล้านคน
“ผมมองว่าทุกกระทรวงมีภาระหน้าที่ที่ดูแลประชาชนไม่ได้แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นสำหรับพรรคการเมือง นักการเมืองไม่มีการแบ่งเกรดกระทรวง และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมถ้าจะให้แบ่งเกรด กระทรวงแรงงานถือเป็นกระทรวงเกรดเอบวกเพราะมีหน้าที่ดูแลประชาชนคนไทย 45 ล้านคน ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมาก” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งได้มีการประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงการขับเคลื่อนกระทรวงไป พอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของการมอบหมายภารกิจสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้และเข้าใจว่าท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปราย ถึง คือ เรื่องกระบวนการในการช่วยเหลือประชาชน วันนี้สถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเสียหายไปพอสมควร
ทั้งนี้เมื่อเราเห็นถึงสถานการณ์นี้ กระทรวงแรงงานในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนเฉพาะหน้าโดยเฉพาะพี่น้องแรงงานเป็นสิ่งที่เราเร่งดำเนินการ
ดังนั้นภารกิจแรกที่ผมได้มอบให้กับหน่วยงานในกำกับ คือการไปศึกษาและเร่งรัดกระบวนการในการลดการจ่ายสมทบของแรงงานเข้าไปยังกองทุนประกันสังคมนะครับ สิ่งนี้ต้องใช้เวลาในการศึกษาไม่นาน ซึ่งมีความจำเป็นให้กองทุนประกันสังคมต้องอยู่ในสถานะที่มีเสถียรภาพ ไม่อาจจะทำให้กองทุนเกิดความอ่อนแอได้ เพราะว่ามีหน้าที่ในการดูแลเม็ดเงินของพี่น้องแรงงานจำนวนมาก
“ผมต้องเรียนต่อท่านว่าคง ใช้เวลาไม่นาน เราคงจะได้มาคุยมาถกกันในสภาแห่งนี้อีกว่ากลไกในการที่จะเดินหน้าการลดการจ่ายสมทบให้กับพี่น้องแรงงานจะใช้ระยะเวลาทำดำเนินการได้ในกรอบ ระยะเวลาเท่าไหร่ และกรอบในเรื่องของการลดเนี่ยจะ สารถลดได้มากน้อยเพียงใด แต่ทุกบาททุกสตางค์ที่ลดได้สุดท้ายจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องแรงงานที่จะมีกำลังซื้อมากขึ้นสามารถต่ออายุการเดินหน้าชีวิตครอบครัวต่อไปได้ เพราะฉะนั้นสำหรับพี่น้องแรงงานแล้วเนี่ย เงินไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน แต่มันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขาอย่างมหาศาล” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีการคุยกันเรื่องของนโยบายกันพอสมควร โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและการเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อตอบโจทย์งานหรือสายอาชีพใหม่ ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
“เราต้องยอมรับความจริงว่ากระบวนการในการที่จะหยุดงานเพื่อมาพัฒนาฝีมือตนเอง ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านใดใดก็ตาม เป็นการเสียโอกาสรายได้ของพี่น้องแรงงาน เพราะฉะนั้นกระบวนการทำโครงการ เช่น เรียนได้งบจบได้งานให้พี่น้องในภาคแรงงาน สามารถพัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่ในระหว่างนั้นยังมีเม็ดเงินที่จะเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพี่น้องแรงงานในทุกทุกกลุ่ม” นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ผมต้องเรียนว่า วันนี้ถ้าท่านได้ฟังท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว.ได้ตอบเมื่อสักชั่วโมงเศษที่แล้วท่านจะทราบดีว่าวันนี้สิ่งที่พวกเราเน้นย้ำคือสิ่งที่เรียกว่า government คือรัฐที่มีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวง โดยกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถที่จะเป็นกำลังในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแต่เพียงลำพังหรือทำงานแบบแยกกันอยู่ สุดท้ายการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาจจะไม่เห็นผลที่ชัดเจน
ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้เดินหน้าแล้วในการที่จะพูดคุยทำความเข้าใจกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งได้มีการพูดคุยกับกระทรวงอว.ในเรื่องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ทางกระทรวงอว.จะนำองค์ความรู้ของกระทรวงเข้ามาส่งเสริมการฝึกฝีมือแรงงานเพื่อที่จะสอนคนไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสามารถที่จะรองรับตลาดใหม่ใหม่ เช่น เรื่องของ ai หรือ robotics
นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับกระทรวงศึกษาธิการในการนำกลุ่มอาชีวศึกษาเข้ามาช่วยพัฒนาฝีมือแรงงานโดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีและการฝึกฝีมือช่าง ตลอดจนมีการพูดคุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นที่เรียบร้อยในการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาเกษตรกรไทยสามารถเดินหน้าต่อได้
อย่างไรก็ดีสิ่งที่เราคาดฝันว่า เกษตรกรไทยวันนึงจะต้องเป็น smart farmer แต่ปัจจุบันไม่มีกลไกในการที่จะพัฒนาเพื่อให้เกษตรกรสามารถมีความเข้าใจในองค์ความรู้ในการผลิตรูปแบบใหม่ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการที่จะเพิ่มผลผลิตต่อไร่
ดังนั้นองค์ความรู้ทั้งหมดมีความจำเป็นต้องมาพูดคุยกัน รวมถึง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำเป็นต้องมาหารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อที่จะพัฒนาโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน สามารถมีรายได้มากขึ้นและเดินหน้าอาชีพต่อไปอย่างแข็งแรง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญ
ส่วนสวัสดิการของพี่น้องแรงงาน เบื้องต้นทางกระทรวงมีทีมเฉพาะถิ่นในการที่เข้าไปตรวจเรื่องนี้เพื่อเข้าไปช่วยเหลือกับพี่ประชาชนพี่น้องแรงงานในเรื่องของสวัสดิการต่างๆให้เกิดความรวดเร็ว หากล่าช้าจะทำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้มากขึ้น
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ผมก็เชื่อว่าการปรับปรุงวิธีการและกระบวนการทำงาน สามารถทำให้การให้บริการประชาชนเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกรมจัดหางาน วันนี้ต้องยอมรับว่าแรงงานต่างประเทศที่อยู่ในไทย รวมถึงแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศมีแรงงานที่อยู่นอกระบบจำนวนมาก
อย่างไรก็ดีเป้าหมายเป้าประสงค์หนึ่งที่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ยืนยันว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะต้องดึงกลับเข้ามาในระบบ ต้องไม่มีคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศแล้ว เราต้องมาเรียกว่าผีน้อย เพราะแรงงานต่างประเทศที่อยู่ในไทยวันนี้จะลงทะเบียนหรือไม่ก็ตาม หากไม่ต่อทะเบียนต้องมีกลไกในการส่งต่อให้กับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานอื่นเพื่อดันออกไป แต่ถ้ามีการต่อทะเบียนอยู่ในประเทศต้องเป็นคนที่เราสามารถเห็นและอยู่ในสายตาและอยู่ในการกำกับควบคุมของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมั่นคงและแน่นอน
นอกจากนี้สวัสดิการของพี่น้องแรงงานกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศหรือคนต่างประเทศที่มาทำงานในประเทศไทยต้องได้รับความคุ้มครองอย่างมีความเหมาะสม กระบวนการในการพูดคุยกับหน่วยงานต่างประเทศ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะเดินหน้าในวันนี้
ทั้งนี้โดยเฉพาะกระบวนการที่ประเทศไทยได้มีการเจรจาเพื่อที่จะเข้าร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเราต้องพัฒนาในเรื่องโครงสร้างและกลไกการดูแลพี่น้องแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้เราต้องมาปรับกลไกและกฎหมายเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าร่วมกับองค์กรกับที่มีความร่วมมือระดับชาตินานาชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรีต่อไป
“ในเรื่องของแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศเหล่านี้ สิ่งที่ผมจะเดินหน้าคือ สร้างความโปร่งใส ลดค่าใช้จ่ายแฝง เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้สุดท้ายจะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้พี่น้องแรงงานต่างๆเหล่านี้เกิดภาระที่มันเกินขอบเขตความจำเป็น เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นเราจะไปสะสางปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนประเด็นค่าแรงขั้นต่ำ ถึงแม้จะไม่มีคนพูดถึง แต่เราไม่ได้ละเลย ปัจจุบันกระทรวงแรงงานมีเป้าหมายในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งมีแผนพัฒนาระบบการคิดค่าแรงขั้นต่ำเพื่อให้พิจารณา รวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับ เงินเฟ้อ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลิตภาพของแรงงานทั้งหมด ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถนำมาคิดคำนวณรวมกัน เพื่อให้กระบวนการในการปรับค่าแรงเป็นธรรมกับพี่น้องแรงงาน โดยที่ไม่ต้องหนีกลไกหรือองคาพยพอื่นใดที่ต้องมาใช้การตัดสินใจของบุคคลเข้ามาเป็นส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้กระบวนการในการปรับค่าแรงอนาคตเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น
ขณะที่สำนักงานประกันสังคม ต้องมีความโปร่งใสเป็นธรรมสามารถเปิดเผยการติดตามเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม เราจะติดตามอย่างเข้มงวด รวมถึงกรณี ตึก sky9 ขณะนี้กระบวนการได้เดินหน้าไปแล้วมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเข้ามานั่งเป็นประธาน
“ผมจะติดตามเรื่องนี้ แต่จะไม่แทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการ เพราะต้องเป็นไปตามกระบวนการในการตรวจสอบ เมื่อมีผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ จะต้องมีการเปิดเผยต่อสังคมอย่างชัดเจน” นายจุลพันธ์ กล่าว
ด้านประเด็นสูตรบำนาญชราภาพ ถือเป็นสูตรที่เป็นธรรม เพราะเราได้ศึกษามาพอสมควรก่อนการเลือกตั้งว่าสูตรดังกล่าวเป็นสูตรที่เป็นธรรมกับทุกคน แต่เมื่อมีผู้ได้ประโยชน์ก็มีผู้เสียประโยชน์กลุ่มคนใดก็ตามที่เสียประโยชน์ เราจะสร้างกลไกเพื่อที่จะเยียวยาชดเชยให้ทุกคนเกิดความสบายใจกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทำให้ระบบสวัสดิการที่จะเกิดขึ้นใหม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกคนและทุกคนมีความพึงพอใจ
ส่วนของคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ผมว่าผมให้ข่าวไปชัดเจนแล้วว่าต้องมีการเลือกตั้ง โดยใช้คำว่ากลไกเดิม หมายความว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเลือกตั้งโดยใช้ระบบหนึ่งเลือก 7 ซึ่งมีการทำประชาพิจารณ์มาอย่างชัดเจน มีพี่น้องประชาชนแสดงความเห็นและให้ความเห็นชอบเป็นจำนวนมาก โดยกลไกทั้งหมดจะเดินหน้าตามขั้นตอน คาดว่าไม่เกินปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้งและได้บอร์ดใหม่อย่างครบถ้วน สามารถเดินหน้าในเรื่องของกระบวนการของสำนักงานประกันสังคมได้อย่างราบรื่น
สำหรับประเด็นการพิจารณาว่า สำนักงานประกันสังคมควรอยู่ระบบราชการหรือไม่นั้น เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมาต่อเนื่องยาวนาน เบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงอว.ในการใช้กลไกอื่นได้หรือไม่ เช่น การให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้ศึกษาโดยกำหนดกรอบเวลาให้สั้นลงเหลือเพียง 3 เดือน หรืออาจใช้เป็นบอร์ดที่ประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยในประเทศมาคัดคนเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ ให้มีข้อสรุปได้ในเร็ววัน
ทั้งนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าในฐานะผู้ที่รับผิดชอบและจะเดินหน้า หากไม่มีหลังพิงก็ตัดสินใจยากพอสมควร ในเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นการศึกษาโดยหน่วยงานที่เป็นกลางและเป็นที่ยอมรับได้ของสังคม ผมว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่จะกำหนดกรอบระยะเวลาให้มีความเหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถยอมรับและเดินหน้าในเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของระบบประกันสังคม
“ผมอยากให้ท่านระแวงต่อไปแล้วติดตามการทำงานของภาครัฐ ติดตามการทำงานของรัฐมนตรี ทุกคนอย่างเข้มงวด เพราะผมเองเป็นหนึ่งในนั้นและวันที่เราทำสำเร็จ นั่นจะเป็นวันที่ผลงานจะมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราทำมาสามารถแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนภารกิจในส่วนของกระทรวงแรงงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องแรงงานได้มากน้อยเพียงใด” นายจุลพันธ์ กล่าว






