thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ โชว์กึ๋นกลางสภา ประกาศพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างเศรษฐกิจใหม่

‘เอกนิติ’ โชว์กึ๋นกลางสภา ประกาศพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างเศรษฐกิจใหม่

09 เม.ย. 69 | 13:32 น.
อัปเดตล่าสุด :09 เม.ย. 69 | 14:13 น.

‘เอกนิติ’ กางยุทธศาสตร์พลิกวิกฤตพลังงานเป็นโอกาส ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ชูพลังงานสะอาด-AI-ความมั่นคงอาหาร รับมือโลกยุคพลังงานแพงยืดเยื้อ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงในการประชุมรัฐสภาในวาระการแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ว่า ยอมรับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและซับซ้อน จนส่งผลให้โลกเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจตกต่ำพร้อมเงินเฟ้อสูง

รัฐบาลจึงจะเร่งผลักดันนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เปลี่ยนไทยจากผู้รับผลกระทบเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกในมิติใหม่ ผ่านการเตรียมพร้อม 3 มิติ

พลังงานสะอาดคือทางรอด ไม่ใช่น้ำมันราคาถูก

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเตรียมพร้อมด้านแรก คือ วิกฤตพลังงาน ยอมรับว่า "ยุคน้ำมันถูกจะไม่มีอีกต่อไป" อย่างน้อยในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานโลกได้รับความเสียหายจากสงคราม จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Clean Energy Transition) ดังนี้

  • ส่งเสริมพลังงานชีวมวล เร่งการผลิต E20 จากอ้อย และ B10, B20 จากมันสำปะหลัง เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันและยกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทย
  • นโยบายเปิดโอกาสให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟและสามารถ "ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้รัฐ" เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นแหล่งรายได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  • หนุนภาคธุรกิจด้วย Direct PPA เปิดการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงเพื่อลดต้นทุนพลังงานให้กับภาคอุตสาหกรรม เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน

AI และเทคโนโลยี  เครื่องมือสร้างรายได้ของ "คนตัวเล็ก"

ต่อมา คือ เทคโนโลยี และ AI โดยท่ามกลางความกังวลเรื่อง AI แย่งงาน รัฐบาลย้ำยุทธศาสตร์ "AI for All" โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาช่วย SMEs และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เช่น

  • การใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อเพื่อวางแผนสต็อกสินค้าอย่างแม่นยำ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
  • การสนับสนุนเครื่องมือดิจิทัลช่วยการตลาดและการขายออนไลน์อย่างเท่าเทียม
  • หลักสูตรเรียน AI ฟรี เพื่อยกระดับทักษะคนไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

‘เอกนิติ’ โชว์กึ๋นกลางสภา ประกาศพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างเศรษฐกิจใหม่

ชูจุดแข็ง "ความมั่นคงอาหารและยา" เป็นฐานการผลิตโลก

สุดท้าย คือ ความมั่นคงทางอาหารและยารักษาโรค ซึ่งมองว่าวิกฤตครั้งนี้จะเปลี่ยนมิติความมั่งคั่งของโลกไปสู่ "ความมั่นคง" ในด้านอาหารและยา ประเทศไทยจึงต้องคว้าโอกาสในการเป็น ฐานการผลิตอาหารและยาสมุนไพรระดับโลก โดยต่อยอดจากความสำเร็จของสมุนไพรไทยอย่าง "ฟ้าทะลายโจร" ในช่วงโควิด เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศในระยะยาว

ผนึกเอกชน-ดึงเม็ดเงินลงทุน 1.8 ล้านล้านบาท

จากตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปีที่ผ่านมาที่สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ยืนยันว่าจะเร่ง ปลดล็อกกฎระเบียบและใบอนุญาต ที่ล่าช้า เพื่อเปลี่ยนตัวเลขเหล่านั้นให้เป็นการลงทุนจริงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันโครงการ "Skill Bridge" เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างชาติสู่แรงงานไทย ช่วยยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น โดยข้อมูลไตรมาส 4 ของปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าการลงทุนภาครัฐขยายตัวถึง 13% และเอกชนขยายตัว 8% สะท้อนถึงสัญญาณบวกของการฟื้นตัว

"เราต้องไม่เพียงแค่ช่วยให้คนพ้นวิกฤต แต่ต้องปฏิรูปประเทศให้คนไทยเก่งขึ้น มีรายได้สูงขึ้น และกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งหลังวิกฤตผ่านพ้นไป"