
ครม.อนุทิน 2 หมดเวลาฮันนีมูน เร่งแก้วิกฤตเศรษฐกิจ-พลังงาน
ครม. อนุทิน 2 เปิดฉากทำงานวันแรกสั่งเดินหน้าเต็มสูบไร้ช่วงฮันนีมูน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก-พลังงานพุ่ง “สุริยะ” รุกหนักกระทรวงเกษตรฯ ชูนวัตกรรมยกระดับรายได้ พ่วงพาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้า-เม็ดพลาสติก ขณะที่คมนาคมเร่งเครื่องบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.96 ล้านล้านบาท ดันแลนด์บริดจ์เป็นหัวหอก ส่วนอุตสาหกรรมจ่อคลอดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤต
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ และอุตสาหกรรมเร่งออกมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ผ่านนโยบาย "เกษตรนวัตกรรม" และเตรียมออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
- กระทรวงคมนาคมผลักดันการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) วงเงิน 1.96 ล้านล้านบาท โดยมีโครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายหลักเพื่อกระตุ
ภายหลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2” เข้าปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนโดยไม่มีช่วงฮันนีมูน ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานที่พุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศจึงถูกเร่งให้ขับเคลื่อนนโยบายอย่างเร่งด่วน
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วย 2 รัฐมนตรีช่วยฯ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และนายวัชระพล ขาวขำ) ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก (8 เม.ย. 2569) และมอบนโยบายขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ลดขั้นตอน และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ
สาระสำคัญของนโยบายหลัก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผลักดันเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ผ่าน Big Data และ AI เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้า พร้อมส่งเสริมผู้ให้บริการเครื่องจักรกลเกษตรในระดับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีได้ในต้นทุนที่เหมาะสม
2) เพิ่มรายได้เกษตรกร มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ผ่านการแปรรูปและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ควบคู่เตรียมความพร้อมรับกติกาการค้าโลก ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อขยายโอกาสแข่งขัน
3) พัฒนาศักยภาพเกษตรกร เร่ง Reskill-Upskill สร้างทักษะสมัยใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการรายได้ พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มสหกรณ์–วิสาหกิจชุมชน และต่อยอดเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร
4) ตลาดนำการผลิต ปรับโครงสร้างการผลิตให้สอดคล้องความต้องการตลาด ลดปัญหาสินค้าล้น-ราคาตก พัฒนาห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ตั้งแต่คัดเกรด แปรรูป โลจิสติกส์ จนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเตือนภัยตลาด
5) บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน วางแผนบริหารน้ำทั้งระบบ รองรับภัยแล้ง-น้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพชลประทาน พัฒนาระบบเตือนภัยอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวน
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้า “นโยบายเร่งด่วน” เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเน้น 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1) รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง-ปุ๋ยแพง ปรับสูตรการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซีย 2 ล้านตัน พร้อมสกัดการกักตุน เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร 2) จัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ แก้คอขวดผลไม้ พัฒนา Digital Traceability และส่งเสริมการซื้อสินค้าเกษตรโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อเพิ่มรายได้
3) เร่งบริหารจัดการน้ำ พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ และเร่งโครงการชลประทานขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว 4) จัดการดินและที่ดินทำกิน เร่งออกสิทธิที่ดินเกษตร เพิ่มพื้นที่เกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ 5) สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) พัฒนาแพลตฟอร์ม Agri-Tech และส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับเกษตรกรสู่ยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ กระทรวงเตรียมตั้ง “War Room” ติดตามทุกมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม โดยนายสุริยะย้ำว่า ภาคเกษตรคือเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจฐานราก จำเป็นต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
“พาณิชย์” แก้ปัญหาเม็ดพลาสติกราคาพุ่ง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากรณีหลายฝ่ายกังวลว่าสินค้าจะขาดตลาดนั้นตามปกติแล้วได้ติดตามและประเมินสถานการณ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าควบคุม ทั้งด้านปริมาณสต็อกและต้นทุน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม เช่นสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ “เม็ดพลาสติก” ซึ่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ให้กำหนดเป็นสินค้าควบคุม หลังพบแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยอยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อตรวจสอบปริมาณสต็อกและสาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวด้านอุปทานในบางช่วง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ เตรียมหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากการกำกับดูแลสินค้าอย่างเม็ดพลาสติกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งด้านการค้าและการผลิต เพื่อให้สามารถดูแลระดับราคาให้เหมาะสม มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในประเทศ
นางศุภจี กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศหยุดยิงอิหร่านชั่วคราว 2 สัปดาห์ ว่า หากมีความแน่นอนในการหยุดยิง ก็จะส่งผลดีต่อการดูแลควบคุมต้นทางสินค้าได้ดียิ่งขึ้น
“ไชยชนก” ดึง DGA บูรณาการเบ็ดเสร็จ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยวิสัยทัศน์หลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสรับตำแหน่งสมัยที่ 2 โดยเน้นย้ำว่า “กระทรวงดีอีควรเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ” ทั้งในมิติกฎหมายและการอัปเดตเทคโนโลยี โดยไฮไลต์สำคัญคือการเตรียมดึง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงฯ เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการทำงาน และขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics) ที่ต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมองว่าในทุกวิกฤตมีความลำบากแต่ก็แฝงไปด้วย “โอกาส” ที่ไทยต้องรีบคว้าด้วยการระดมความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
พิพัฒน์ เร่งลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.96 ล้านล้าน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการผลักดันการลงทุนในรัฐบาลนายอนุทิน 2 จำนวน 6 โครงการ วงเงินประมาณ 1.96 ล้านล้านบาท โดยโครงการแรกคือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ 9.97 แสนล้านบาท ยังคงเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่มีการส่งต่อความต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า
“วราวุธ” เตรียมออกสินเชื่อดอกต่ำช่วย SMEs
ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ ว่าได้เน้นย้ำข้าราชการให้เร่งทำงานเพื่อช่วยประเทศไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้ การทำงานต้องเร็วตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯได้เน้นย้ำว่ากระทรวงนี้จะเป็นอีกกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤต ดังนั้นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์







