thansettakij
thansettakij
‘วราวุฒิ’ ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้วิกฤตเม็ดพลาสติกขาด ดันรีไซเคิล 2.7 ล้านตันสกัดต้นทุนพุ่ง

‘วราวุฒิ’ ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้วิกฤตเม็ดพลาสติกขาด ดันรีไซเคิล 2.7 ล้านตันสกัดต้นทุนพุ่ง

08 เม.ย. 69 | 06:36 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 07:30 น.

รมว.อุตสาหกรรมเดินหน้าตั้งทีมเฉพาะกิจมุ่งแก้วิกฤตเม็ดพลาสติกขาดตลาด พร้อมรุกดันรีไซเคิล 2.7 ล้านตันสกัดต้นทุนพุ่ง

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมหลายหน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกและควบคุมต้นทุนการผลิต
  • คณะทำงานจะตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและปริมาณสต็อกสินค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า
  • ผลักดันการนำขยะพลาสติก 2.7 ล้านตันต่อปีในประเทศมารีไซเคิล เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ลดการพึ่งพาการนำเข้าในระยะยาว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตสินค้า ตั้งแต่เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติก กำลังทวีความรุนแรง 

หลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในประเทศเริ่มลดลงและหาได้ยากมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเชิญจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมหารือเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการปัญหา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อประชาชน

โดยที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำงานเชิงรุกกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกอย่างใกล้ชิด

ภารกิจหลักของคณะทำงานชุดนี้ คือการเจาะข้อมูลเชิงลึกครอบคลุม เช่น โครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ,ปริมาณสต็อกเม็ดพลาสติกในระบบ และพฤติกรรมการกระจายสินค้าและราคาจำหน่าย

เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการปรับขึ้นราคา และป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน

อย่างไรก็ดี ในอีกมิติหนึ่งมองว่าวิกฤติครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่ยังพึ่งพาวัตถุดิบใหม่จากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่ประเทศไทยมีขยะพลาสติกจำนวนมาก

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 25% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี

“นี่คือโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน โดยผลักดันการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใช้ทดแทนวัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงด้านอุตสาหกรรมในระยะยาว การรีไซเคิลคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม” 

นายวราวุฒิ กล่าวอีกว่า หากสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอและมีต้นทุนเหมาะสม จะช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมค่าครองชีพของประชาชน

คณะทำงานจะเร่งหารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งด้านการผลิต การนำเข้า การกระจายสินค้า และการกำกับดูแลราคาอย่างเป็นระบบ