thansettakij
thansettakij
ส.อ.ท.เตือน SMEs เปราะบางหนัก เม็ดพลาสติกพุ่ง 70% สินค้าจ่อขึ้นราคา

ส.อ.ท.เตือน SMEs เปราะบางหนัก เม็ดพลาสติกพุ่ง 70% สินค้าจ่อขึ้นราคา

30 มี.ค. 69 | 08:04 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 69 | 08:05 น.

ส.อ.ท.เตือน SMEs เปราะบางหนัก เม็ดพลาสติกพุ่ง 70% สินค้าจ่อขึ้นราคา ชี้มาตรการภาครัฐต้องมีความแม่นยำ ตรงจุด

KEY

POINTS

  • ส.อ.ท. เตือนว่าผู้ประกอบการ SMEs กำลังเผชิญความเปราะบางอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเม็ดพลาสติกที่พุ่งขึ้นถึง 50-70%
  • ราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์หลายชนิด เช่น ถุงขยะ ซองขนม และซองเครื่องปรุง ทำให้สินค้ากลุ่มนี้เริ่มขาดแคลน
  • ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อความอยู่รอด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกกลุ่มล้วนมีความเปราะบาง เนื่องจากเรือมีปัญหา เช่น ปุ๋ย มีปัญหา ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อรอบการปลูกในรอบต่อไป ซึ่งเป็นความน่ากังวล โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาสินค้าเหล่านั้นในการประกอบอาชีพถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด 

ทั้งนี้ ตัวอย่างชัดเจนคือกรณีเม็ดพลาสติกที่กำลังขาดแคลนและมีราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 50-70% ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์หลายประเภทเริ่มตึงตัว ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะ ซองขนม หรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้พลาสติก 

รวมถึงซองน้ำจิ้ม และซองเครื่องปรุงต่าง ๆ  หากเกิดการขาดแคลนก็จะกระทบต่อการผลิต การส่งออก และการจำหน่ายสินค้าโดยตรง 

“SMEs จึงได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด ทั้งจากต้นทุนค่าครองชีพ ค่าการเดินทาง และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าทะยอยปรับขึ้นราคา สะท้อนให้เห็นว่าความเปราะบางในสถานการณ์ปัจจุบันกระจายอยู่ในทุกภาคส่วน”

ในระยะเร่งด่วนปัจจัยสำคัญคือปัญหาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนัก 

มาตรการภาครัฐจึงควรถูกออกแบบให้มีความแม่นยำ ตรงจุด ใช้ทีมงานเข้าไปดู และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น โรงงานเหล็ก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโดยรวม

“ขณะนี้มีแนวโน้มยกพลขึ้นบก มีการเข้าโจมตีแหล่งพลังงาน ฐานผลิตวัตถุดิบสำคัญ”