thansettakij
thansettakij
รมว.พลังงานท้าโรงกลั่นต่างชาติฟ้อง ชี้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.2516 ถูกต้อง

รมว.พลังงานท้าโรงกลั่นต่างชาติฟ้อง ชี้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.2516 ถูกต้อง

08 เม.ย. 69 | 05:26 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 05:26 น.

รมว.พลังงานท้าชนโรงกลั่นต่างชาติฟ้องกดค่าการลั่นลง 2 บาท ชี้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.2516 ถูกต้อง ลั่นเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน

KEY

POINTS

  • รมว.พลังงาน ยืนยันการใช้อำนาจกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นถูกต้องตามกฎหมาย โดยอ้างอิง พ.ร.ก. การแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516
  • ท้าทายโรงกลั่นต่างชาติที่อาจไม่เห็นด้วยให้ดำเนินการฟ้องร้องได้ โดยมั่นใจว่ามีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน
  • ชี้แจงว่าการขอความร่วมมือลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นวิธีการที่เป็นธรรมที่สุดเพื่อแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่การบริจาค

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าโรงกลั่นน้ำมันของต่างชาติอาจจะยื่นฟ้อง โดยมีคำถามว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ที่อ้างถึงนั้น มีข้อใด มาตราใด หรือย่อหน้าใด ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี หรือให้อำนาจกระทรวงพลังงานเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาน้ำมัน ว่า หากอ่านภาษาไทยไม่เข้าใจ ให้ไปดูคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2562” 

หากจำไม่ผิดอยู่ในมาตรา 4 ที่มีทั้งหมด 7 ข้อ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดว่า ด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรา 3 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น

“ในฐานะประธาน กบง. ก็ใช้อำนาจตามนั้นอย่างชัดเจน เป็นการเขียนไว้ในกฎหมายภาษาไทย ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือจากนี้ และขอยืนยันว่ามีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน”

รมว.พลังงานท้าโรงกลั่นต่างชาติฟ้อง ชี้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.2516 ถูกต้อง

 

อย่างไรก็ดี หากถามว่าในระหว่างการหารือเพื่อหาข้อยุติร่วมกับตัวแทนจาก 6 โรงกลั่น มีคำถามว่า มีโรงกลั่นใด ยกประเด็นข้อกฎหมายขึ้นมาโต้แย้งหรือไม่นั้น ในรายละเอียดนั้นคงไม่สามารถพูดไปมากกว่านี้ได้ ทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ 

แม้ในช่วงแรกบางแห่งจะเสนอแนวทาง เช่น การบริจาค แต่ได้ชี้แจงชัดเจนว่าไม่ใช่เรื่องของการบริจาค หากแต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน

ดังนั้น การลดราคาหน้าโรงเท่ากันทุกโรง ทุกหยดน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น จึงเป็นวิธีที่เป็นธรรมที่สุด โดยคำนวณตามปริมาณการขายของแต่ละโรง

 

ส่วนคำถามที่ว่าโรงกลั่นที่มีปฏิกิริยา มากที่สุดเป็นของต่างชาติหรือไม่นั้น

เรื่องนี้คงต้องให้ผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบ เนื่องจากมีทั้งการหารือร่วมกันและการแยกเจรจากับปลัดกระทรวง

สำหรับประเด็นการขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจ เช่น โรงแยกก๊าซของ ปตท. ยังต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์ก๊าซยังไม่รุนแรงเท่าน้ำมัน 

โดยประเทศไทยผลิตก๊าซได้ประมาณ 50% และนำเข้าอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งราคายังไม่พุ่งสูงเท่าช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

“ไม่นิ่งนอนใจสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ สหรัฐฯ-อิหร่าน จะหยุดยิง  2 สัปดาห์”