thansettakij
thansettakij
อัดฉีดแสนล้านแก้น้ำมันแพง ดีเดย์ 11 เม.ย. รัฐบาลคลอดแพ็กเกจแก้วิกฤต

อัดฉีดแสนล้านแก้น้ำมันแพง ดีเดย์ 11 เม.ย. รัฐบาลคลอดแพ็กเกจแก้วิกฤต

07 เม.ย. 69 | 23:10 น.

จับตา ครม.นัดพิเศษ 11 เม.ย. นี้ รัฐบาลอนุทิน 2 เตรียมคลอดแพ็กเกจ เยียวยาน้ำมันแพง เดินหน้าออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.5 แสนล้านอุ้มกองทุนน้ำมัน คมนาคมออกมาตรการช่วยค่าขนส่ง-รถเมล์-ไรเดอร์ เกษตรฯ ชงมาตรการแก้ปุ๋ยแพง

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันที่ 11 เม.ย. เพื่อออกมาตรการชุดใหญ่แก้วิกฤตน้ำมันแพง
  • กระทรวงการคลังเสนอออก พ.ร.ก. กู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทเพื่อชดเชยกองทุนน้ำมัน และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีก 1 แสนล้านบาท
  • กระทรวงคมนาคมเสนอมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งสาธารณะ โดยจะอุดหนุนราคาน้ำมันให้กับกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และไรเดอร์

รัฐบาลอนุทิน 2 เตรียมเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเต็มตัว ภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ก่อนเทศกาลสงกรานต์ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 นี้ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษขึ้นในวันที่ 11 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาออกแพ็กเกจมาตรการรับมือวิกฤติน้ำมันชุดใหญ่

สำรับมาตรการต่าง ๆ ที่จะเสนอเข้าไปยังที่ประชุมครม. วันที่ 11 เม.ย.นี้ ทางกระทรวงการคลังเสนอ ออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท รวมไปถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ขณะที่สำนักงบประมาณจะเสนอปฏิทินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ฉบับปรับปรุงใหม่ และพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะมีวงเงินประมาณ 5 หมิ่นล้านบาท

ด้านกระทรวงคมนาคม จะเสนอมาตรการช่วยภาคขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) หรือกลุ่มรถบรรทุกขนส่งสินค้า ซึ่งมีจำนวน 287,175 คัน โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมันในราคา 6 บาทต่อลิตร

ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มรถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์ แยกเป็นการช่วยเหลือรถโดยสารหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 4 บาทต่อลิตร รถโดยสารหมวด 4 (เช่น รถตู้) จำนวน 19,414 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อวัน และรถกลุ่ม Rider จำนวน 114,653 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อเดือน

คมนาคมดันตั๋วร่วมลดค่าเดินทาง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมแพ็คเกจลดค่าโดยสารสาธารณะครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ปัจจุบันการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) อยู่ระหว่างการพิจารณาผลักดันค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันหรือการแบ่งโซน (Zoning)

ล่าสุดกำลังพิจารณาว่าจะใช้แบบใดจะสร้างความคุ้มค่าและประหยัดที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการ เพื่อขยายผลไปยังรถไฟฟ้าสีอื่นๆ จากปัจจุบันได้เริ่มใช้มาตรการค่าโดยสาร 40 บาท โดยนำร่องในรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง ซึ่งพบว่ามีผู้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าพอใจ

อย่างไรก็ดีนโยบายเรือธงสำคัญที่จะทำให้มาตรการนี้ยั่งยืนคือ การผลักดันพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 พรบ. ร่าง และพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอจัดทำกฎหมายลูก จากนั้นกระทรวงคมนาคมเตรียนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ทันที โดยกฎหมายเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระบบขนส่งมวลชนได้ครอบคลุมทั้งระบบบก-น้ำ-ราง

เกษตรฯ ชง 6 เรื่องด่วนรัฐบาล

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กระทรวงฯ เตรียมเสนอวาระเร่งด่วนต่อรมว.เกษตรและสหกรณ์ 6 เรื่อง ได้แก่ 1. การรองรับผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่าน 2. โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2569 วงเงิน 1,869 ล้านบาท 3.โครงการแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต็อก ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน วงเงิน 800 ล้านบาท

4.โครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนครบทุกวัน วงเงินกว่า 2,700 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็กนักเรียนต่อเนื่อง 5.โครงการพัฒนาการเกษตรในชุมชนด้วยอาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ (อกส.) วงเงิน 845 ล้านบาท และ 6.โครงการสำคัญอื่น ๆ เพื่อยกระดับการผลิตและสร้างความมั่นคงด้านอาหารในชุมชน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีนโยบายเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาแพง ส่วนประเด็นการปรับลดงบประมาณลงตามนโยบาย เพื่อนำงบมาใช้ในการดำเนินนโยบายรัฐบาลที่เป็นวาระเร่งด่วน คงต้องขอไปตรวจสอบในรายละเอียดดูก่อน

เร่งดันกฎหมายสำคัญเข้าสภา

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันว่าตนเองมีความต้องใจที่จะผลักดันเรื่องของกฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....

รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการปรับให้ราชการทันสมัย และการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD โดยการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ถือเป็นระบบหลักของ Super license ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน โดยกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาแล้ว แต่ต้องให้รัฐบาลใหม่ต้องยืนยันกฎหมายกลับไปให้สภาอีกครั้ง ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

เร่งพรบ.โอนงบฯ รับวิกฤต

ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลระบุว่า ในช่วงที่รัฐบาลรักษาการบริหารงานอยู่นั้น ได้พยายามบริหารจัดการสถานการณ์พลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ทั้งการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยเคมีและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ผูกพันกับราคาพลังงาน รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันและสร้างรายได้ให้เกษตรกรไปพร้อมกัน

ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลเข้าบริหารงานโดยสมบูรณ์แล้ว จะเร่งจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น

แก้หนี้ครัวเรือน-ช่วย SMEs

สำหรับนโยบายด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ โดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมทุกประเภทสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์ และสหกรณ์ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้ ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลรายบุคคลของคนไทยตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต เพื่อให้ภาครัฐสามารถออกแบบและจัดสวัสดิการแบบรวมศูนย์ได้อย่างตรงเป้าและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนในระบบด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ปรับกฎหมายและขั้นตอนอนุญาตทำการค้าการลงทุนให้สะดวกและโปร่งใส พร้อมให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทยในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รวมถึงพัฒนาระบบบัญชีออนไลน์ฟรี ระบบประเมินภาระภาษีฟรี และระบบใบกำกับภาษีออนไลน์ (E-invoice) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น

สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว รัฐบาลประกาศสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ รวมทั้งการแพทย์และสุขภาพ เน้นดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ตั้งบริษัทร่วมทุนกับไทย เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและสนับสนุนธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบและแรงงานในประเทศเป็นหลัก

รวมทั้งผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมที่ไทยมีความได้เปรียบ อาทิ เกษตร อาหาร ยาและเวชภัณฑ์จากธรรมชาติ และอุตสาหกรรมชีวภาพ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่การพัฒนาตลาดทุนสำหรับธุรกิจนวัตกรรม การจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) ไปจนถึงการบ่มเพาะ Start-up ที่มีศักยภาพให้เติบโตแข่งขันได้ในระดับโลก

 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลจะเพิ่มบทบาทภาคเอกชนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนรวมวายุภักษ์ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดำเนินต่อเนื่องโดยไม่เป็นภาระงบประมาณ ครอบคลุมทั้งระบบบริหารจัดการน้ำ การลดต้นทุนโลจิสติกส์ และการรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะเดียวกันยังเร่งยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัย

ดันการค้า-เกษตร-ท่องเที่ยว

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านนโยบาย “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า” จัดการปัญหานอมินีที่ตั้งธุรกิจในไทย นอกจากนี้จะกระจายตลาดส่งออกลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าร่วมกับประเทศพันธมิตร รวมถึงเร่งผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571

ด้านการเกษตร โดยนำ AI และเทคโนโลยีชีวภาพมาเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน พัฒนา Big Data วางแผนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก พร้อมผลักดันโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนายกระดับทักษะการใช้แม่ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สำหรับภาคการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาไทยให้เป็น Destination Thailand 365 วัน โดยปรับโฟกัสจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างมูลค่าสูง รวมถึงการดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad ที่มีรายได้สูงและต้องการพักระยะยาว

ปฏิรูปภาครัฐ-กม.เศรษฐกิจ

ด้านการบริหารภาครัฐ รัฐบาลประกาศปรับรูปแบบเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ เศรษฐกิจมหภาคและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การผลิตการค้าและบริการ โครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังคมและสวัสดิการ และการต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน

ด้านกฎหมาย รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมาย Super License ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตและการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนและภาระแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมเสนอชุดกฎหมาย (Omnibus Law) แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากกฎหมายล้าสมัยให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี ขณะเดียวกันจะทบทวนกฎหมายลำดับรองกว่า 7,000 ฉบับที่สร้างภาระแก่ประชาชน ยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็น และแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียวแต่คำนึงถึงคุณค่าและความคุ้มค่าในภาพรวม