thansettakij
thansettakij
ราชกิจจาฯ ประกาศคุม 3 สินค้า เม็ดพลาสติก-ซอส-น้ำดื่ม สกัดของแพง

ราชกิจจาฯ ประกาศคุม 3 สินค้า เม็ดพลาสติก-ซอส-น้ำดื่ม สกัดของแพง

04 เม.ย. 69 | 01:48 น.
อัปเดตล่าสุด :04 เม.ย. 69 | 02:57 น.

ราชกิจจาฯ ออกประกาศคุมเม็ดพลาสติก-ซอสปรุงรส -น้ำดื่ม บังคับรายงานต้นทุน-สต็อก สกัดขึ้นราคาไม่เป็นธรรม หวังคุมค่าครองชีพท่ามกลางพลังงานโลกผันผวน

KEY

POINTS

  • ราชกิจจานุเบกษาประกาศให้สินค้า 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติม
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมโครงสร้างราคา ป้องกันการปรับขึ้นราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง หลังราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลกสูงขึ้น
  • กำหนดให้ผู้ประกอบการเม็ดพลาสติกต้องรายงานข้อมูลราคาและสต็อกทุกสัปดาห์ ส่วนซอสและน้ำดื่มจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุมเพิ่มเติม  โดยกำหนดให้ซอสปรุงรส น้ำดื่มบรรจขวด และเม็ดพลาสติก เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมเพื่อดูแลป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย หรือการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้า จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่

ข้อ 2 ให้สินค้าดังต่อไปนี้ เป็นสินค้าควบคุม

  1. ซอสปรุงรส
  2. น้ำดื่มบรรจุขวด
  3. เม็ดพลาสติก

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เริ่มส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน กรมฯ จึงเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งควบคุมวัตถุดิบต้นน้ำและโครงสร้างราคา เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง

ทั้งนี้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ โดยกำหนดสินค้า 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นสินค้าควบคุม 

เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง เพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในตลาด 

ขณะเดียวกัน ได้เชิญผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหลักเข้าหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามข้อมูลด้านสต็อก ปริมาณสินค้า ต้นทุน และทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด 

 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท PE, PP และ PET ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน 

โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ตามประกาศ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากนี้ คณะกรรมการ กกร. ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกร 

 

ราชกิจจาฯ ประกาศคุม 3 สินค้า เม็ดพลาสติก-ซอส-น้ำดื่ม สกัดของแพง

 

โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อนพบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ ส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบจริงในอุตสาหกรรมส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนลดลง ทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศปรับตัวลดลง 

ขณะที่ปลากะพงมีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย และกากถั่วเหลืองได้มีการกำกับดูแลปริมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ

“สินค้าทั้ง 3 รายการดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดเป็นสินค้าควบคุมต่อไป โดยเดินหน้ากำกับดูแลโครงสร้างราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นธรรม ระบบตลาดมีเสถียรภาพ และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นายวิทยากร กล่าว