thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ ประกาศชัด ‘คนละครึ่งพลัส’ เริ่มใช้จ่ายพ.ค.นี้

‘เอกนิติ’ ประกาศชัด ‘คนละครึ่งพลัส’ เริ่มใช้จ่ายพ.ค.นี้

31 มี.ค. 69 | 10:24 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 10:29 น.

‘เอกนิติ’ ประกาศชัด ชงครม.นัดแรก ก่อนสงกรานต์ ลุยแพ็กเกจ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คลอดคนละครึ่งพลัส เริ่มใช้จ่ายพ.ค.นี้ พร้อมทบทวนเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนจากกรณีความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น  ผ่านแพ็คเกจไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในการประชุมนัดแรกก่อนสงกรานต์

ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบาง และประชาชน โดยโครงการหลัก คือ การเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส โดยจะเร่งดำเนินการให้สามารถใช้จ่ายได้ในเดือนพ.ค.นี้แน่นอน

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส และการดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะอยู่ในแพ็คเกจไทยช่วยไทยพลัส เพื่อให้ร้านค้าที่เคยอยู่ในระบบคนละครึ่งสามารถรับชำระเงินจากผู้ถือบัตรสวัสดิการได้ด้วย ช่วยแก้ปัญหาร้านค้ารู้สึกเงียบเหงาเมื่อโครงการคนละครึ่งจบลง

“กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และคำว่า “พลัส” นั้น จะเตรียมรูปแบบการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ยอดขายของร้านค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้เดือนพ.ค.นี้”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณามาตรการเยียวยาค่าครองชีพเร่งด่วน โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะอยู่ภายใต้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส

คาดว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เริ่มใช้ได้ภายในเดือนพ.ค.69 ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาภาระค่าครองชีพและเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมัน

สำหรับความพิเศษของโครงการรอบนี้ คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายร้านค้า และหว่างกลุ่มร้านธงฟ้า และร้าค้าขนาดเล็กที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้จ่ายในร้านค้าคนละครึ่งได้กว้างขวางขึ้นและยาวนานขึ้นหากร้านค้ายังอยู่ในระบบ

“วงเงินเท่าไหร่ และประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี และไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จะได้เท่ากันหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ ทั้งนี้ จะต้องเสนอฝ่ายนโยบายสรุปอีกครั้ง”

ขณะที่การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท ตามมติครม.ชุดก่อนนั้น จะมีการทบทวนใหม่ เนื่องจากการเติมเงิน 100 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยมีมติ ครม. ชุดก่อนไว้นั้น มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องการของบกลาง ทำให้กระบวนการต้องหยุดชะงักลง

อย่างไรก็ตาม จะมีการเสนอให้ ครม. ชุดใหม่พิจารณาอีกครั้งในการประชุมนัดแรก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าวงเงินอาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น แต่ยืนยันว่าจะไม่น้อยกว่าเดิม