
ชงครม.นัดแรก ออกพ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้าน พยุงราคาน้ำมัน
คลังเผยกระทรวงพลังงาน เตรียมชงครม.นัดแรก ออกพ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท นาน 1 ปี พยุงราคาน้ำมัน ยันมีพื้นที่การคลังรับมือวิกฤตอีก 3 แสนล้านบาท
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตัวแทนกระทรวงการคลัง ที่เป็นกรรมการในบริษัทน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมัน กำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวดห้ามกักตุนน้ำมัน พร้อมกำชับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต คุมเข้มหากลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าเพื่อนบ้านส่วนมาตรการช่วยเหลือประชาชน
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ออก ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี
สำหรับการดำเนินการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว จะถูกบรรจุในสัดส่วนหนี้สาธารณะ หากกองทุนมีการเดินหน้ากู้เงิน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐยังมีพื้นที่การคลังในการรองรับวิกฤตครั้งหนี้ โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66%ต่อจีดีพี และหากนับรวมวงเงินค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาทแล้ว ยังมีพื้นที่ดำเนินนโยบายได้ได้อีกกว่า 3 แสนล้านบาท
“จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท จะสามารถรองรับวิกฤตพลังงาน จากสถานการณ์ตะวันออกกลางได้ ซึ่งช่วงวิกฤตรัฐเซีย-ยูเครน ในอดีตที่ผ่านมาก็ได้ออกพ.ร.ก.ค้ำประกันในวงเงิน 1.5 แสนล้านบาทเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นกองทุนน้ำมันติดลบกว่า 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งรองรับได้”
ส่วนการลดภาษีสรรพสามิต ปัจจุบันเก็บภาษีลิตรละ 6-7 บาท ยังต้องดูนโยบายว่าไทยจะใช้กลไกใดเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งเลือกได้มีจาก 2 กลไก ทั้งกองทุนน้ำมัน และการใช้ภาษีน้ำมัน ซึ่งผลลัพธ์คือดูแลประชาชนเหมือนกัน






