thansettakij
thansettakij
คลังยอมลดอุ้มน้ำมัน สกัด ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ รับผลราคาจ่อขยับขึ้น

คลังยอมลดอุ้มน้ำมัน สกัด ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ รับผลราคาจ่อขยับขึ้น

28 มี.ค. 69 | 06:57 น.
อัปเดตล่าสุด :28 มี.ค. 69 | 06:59 น.

กระทรวงการคลังยอมลดอุ้มน้ำมัน สกัด ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ รับผลราคาจ่อขยับขึ้น เน้นย้ำใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า มุ่งช่วยกลุ่มเปราะบาง และชะลอผลกระทบเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังตัดสินใจลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ที่จะกระทบต่อสถานะทางการคลังของประเทศในระยะยาว
  • การปรับลดการอุดหนุนดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
  • รัฐบาลได้เตรียมมาตรการอื่นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน เช่น การควบคุมราคาสินค้า และการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน Meet the Press ในหัวข้อ 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม โดยชี้แจงถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันภายหลังรัฐบาลปรับลดอัตราการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตของโลกที่ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้อย่างชัดเจน 

รัฐบาลจึงมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด โดยลำดับแรกคือการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการดูแลคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางให้ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกหยุดชะงัก และกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานในวงกว้าง

รัฐบาลได้ใช้กองทุนน้ำมันเป็นกลไกสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคา และชะลอผลกระทบต่อประชาชน โดยในระยะแรก นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ใช้งบจากกองทุนเพื่อพยุงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วัน อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับแนวทาง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

คลังยอมลดอุ้มน้ำมัน สกัด ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ รับผลราคาจ่อขยับขึ้น

 

การตัดสินใจลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมันครั้งนี้ เป็นการบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น เช่น การลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางไปต่างประเทศ และการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า การปรับลดการอุดหนุนจะส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลได้ออกแบบมาตรการต่าง ๆ เพื่อชะลอผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการผ่านกระทรวงพาณิชย์ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าครองชีพ โดยได้ใช้ทั้งกองทุนที่มีอยู่เดิม รวมถึงงบประมาณภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวปรับตัวสูงเกินไป และส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

ในสถานการณ์วิกฤต ประชาชนแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการรับมือแตกต่างกัน ขณะที่งบประมาณของรัฐมีข้อจำกัดและมาจากภาษีของประชาชน จึงจำเป็นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ผ่านมาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้า

“รัฐบาลจะใช้ทุกเครื่องมือและทุกกลไกที่มีอย่างเต็มที่ ภายใต้ความคุ้มค่าของงบประมาณ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง”